อิหร่านเตรียมตั้งเขตห้ามเข้านอกช่องแคบฮอร์มุซ สกัดเรือใช้เส้นทางเลี่ยง
เอพีและรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านมีแผนจัดตั้งเขตห้ามเข้าในพื้นที่นอกช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มต้นจากแนวปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ ทอดยาวไปยังช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย เพื่อป้องกันการเดินเรือที่ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นช่องทางผ่านแทนที่ช่องแคบ และจะถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรของอิหร่าน
หลังก่อนหน้านี้ สหรัฐโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำ เพื่อตอบโต้การยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งมีเป้าหมายเป็นเรือรบของสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นการยกระดับความรุนแรงที่อันตราย เนื่องจากที่ผ่านมา การโจมตีทางทะเลของอิหร่านมุ่งเป้าไปที่เรือพาณิชย์ ขณะที่อิหร่านกล่าวว่า ได้โจมตีเรือไร้คนขับของสหรัฐหนึ่งลำ ที่พยายามแล่นเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐปฏิเสธคำกล่าวอ้างนี้ว่าไม่เป็นเรื่องจริง
กองทัพสหรัฐระบุว่า มีเรือรบมากกว่า 20 ลำเข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการส่งออกน้ำมัน และนับจนถึงวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ปฏิบัติการดังกล่าวทำให้เรือพาณิชย์ 92 ลำเปลี่ยนเส้นทาง และเรือ 3 ลำไม่สามารถเดินเรือได้ พร้อมกันนี้ สหรัฐทยอยใช้มาตรการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านด้วย
ต่อกรณีดังกล่าว อิหร่านกล่าวว่า จะเพิ่มความรุนแรงการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของประเทศ และจะตอบโต้ด้วย มาตรการอันแสนเจ็บปวดหากถูกโจมตีเพิ่มเติม
คริส ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐกล่าวว่า โดยเฉลี่ยนแล้ว สามารถขนส่งน้ำมันประมาณ 9 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อราคาพลังงาน นอกจากนั้น ยังมีน้ำมันที่ไหลผ่านระบบท่อส่งในภูมิภาคด้วย
ด้าน เรซาอี กล่าวว่า อิหร่านยังคงสามารถขายน้ำมันได้ 1 ล้าน หรือ 1.5 ล้านบาร์เรล แสดงให้เห็นว่าการผลิตและการค้าปิโตรเลียมของอิหร่านยังคงดำเนินไปตามปกติ

