ปรับ-ไม่ปรับ! จับตา รัฐสภาสิงคโปร์ จ่ออภิปราย ประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี
สิงคโปร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ตำแหน่งผู้นำทางการเมืองมีอัตราเงินเดือนสูงที่สุดในโลก กำลังจะมีการเปิดอภิปรายเรื่องการปรับอัตราเงินเดือนของตำแหน่งทางการเมืองรวมถึงคณะรัฐมนตรี ในการประชุมรัฐสภาในสัปดาห์นี้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นละเอียดอ่อนและได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดจากประชาชนในประเทศ
รายงานข่าวระบุว่า นายลอเรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรี และนายชาน ชุน ซิง รัฐมนตรีกระทรวงบริการสาธารณะของสิงคโปร์ จะแถลงจุดยืนของรัฐบาลต่อข้อเสนอของคณะกรรมการเกี่ยวกับการปรับเงินเดือนรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 8 กันยายน ก่อนที่สมาชิกรัฐสภาจะอภิปรายประเด็นดังกล่าวในช่วงปลายสัปดาห์นี้
เป็นที่รับรู้ว่า สิงคโปร์ มีการจ่ายเงินเดือนให้ตำแหน่งผู้นำทางการเมืองสูงที่สุดในโลก โดยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยของสิงคโปร์ได้รับเงินเดือนตกปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 28 ล้านบาท ขณะที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีอัตราเงินเดือนต่อปีที่ 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 45 ล้านบาท ซึ่งการกำหนดอัตราเงินเดือนไว้สูงมากต่อตำแหน่งดังกล่าวของสิงคโปร์นั้น เพื่อมุ่งดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและเพื่อป้องการทุจริต
จากข้อมูลขององค์กรไม่แสวงผลกำไร PoliticalSalaries.com ระบุว่า ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีรายได้สูงตามมาเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ 719,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือกว่า 23 ล้านบาท รองลงมาคือ ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ ที่ 606,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือเกือบ 20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร มีเงินเดือนที่เกือบ 230,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว 7.5 ล้านต่อปี ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 13 ล้านบาท
สำหรับอัตราเงินเดือนของตำแหน่งรัฐมนตรีสิงคโปร์ข้างต้น ไม่ได้มีการปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คณะรัฐมนตรีสิงคโปร์ต่างยอมลดเงินเดือนลงถึง 36% เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของประชาชนเมื่อเทียบกับรายได้ของตนเอง ซึ่งทำให้เรื่องอัตราเงินเดือนสูงของตำแหน่งรัฐมนตรีกลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนมาตั้งแต่นั้น
ก่อนที่รัฐบาลสิงคโปร์จะมีการพิจารณาทบทวนอัตราเงินเดือนอีกครั้งในปี 2017 แต่ก็ไม่ได้มีการผ่านความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ เพื่อให้ปรับขึ้นเงินเดือนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในปี 2025 รายได้เฉลี่ยของประชากรสิงคโปร์อยู่ที่เพียง 5,775 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อขยับตัวสูงขึ้นแตะที่ 2% เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางสิงคโปร์คาดการณ์ว่าตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปจนถึงครึ่งหลังของปี 2027
ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์ของหน่วยงานบริการสาธาระของสิงคโปร์ระบุว่า สิงคโปร์ใช้เกณฑ์รายได้ของชาวสิงคโปร์ที่มีรายได้สูงสุด 1,000 อันดับแรก เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการกำหนดค่าตอบแทนของรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าคุณสมบัติและความสามารถของบุคคลกลุ่มนี้สะท้อนถึงศักยภาพในระดับที่สิงคโปร์ต้องการสำหรับบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่บริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ

