ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน
เที่ยวบินที่สนามบินสำคัญหลายแห่งของอังกฤษได้รับผลกระทบเมื่อวันที่ 8 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น จากปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นกับ NATS ผู้ให้บริการระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษ ซึ่งถือเป็นเหตุขัดข้องล่าสุดในชุดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดคำถามขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับความมั่นคงและประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของอังกฤษ
ปัญหาของระบบดังกล่าวทำให้ต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวและยังทำให้เที่ยวบินอีกหลายร้อยเที่ยวเกิดความล่าช้า ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อ NATS อีกครั้ง หลังจากเมื่อ 3 ปีก่อน เกิดความขัดข้องของระบบประมวลผลแผนการบิน ซึ่งสร้างความปั่นป่วนในวงกว้างยิ่งกว่าครั้งนี้
ในขณะที่ผู้โดยสารจำนวนมากต้องรอข้อมูลและคำชี้แจงภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินทั่วประเทศเมื่อวันอังคาร บรรดาสายการบินต่างตั้งคำถามว่าระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษยังมีประสิทธิภาพมากพอต่อการใช้งานหรือไม่
NATS ระบุเมื่อเวลา 19.34 น. ว่า ปัญหาซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบประมวลผลข้อมูลเที่ยวบินได้รับการแก้ไขแล้ว โดยก่อนหน้านี้ NATS ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยแต่อย่างใด
“การกู้คืนระบบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ใช้เวลานานกว่าที่เราคาดหวังไว้ ขณะนี้ปัญหาของระบบได้รับการแก้ไขแล้ว เรากลับมาปฏิบัติงานตามปกติ และกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับเที่ยวบินที่คั่งค้าง” NATS ระบุผ่าน X
ต่อมา NATS ได้เผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน X ว่า การกู้คืนระบบและนำการให้บริการกลับเข้าสู่ภาวะปกติจะต้องใช้เวลา พร้อมระบุว่า กระบวนการกู้คืนระบบมีความซับซ้อนอย่างมาก และก่อให้เกิดความยุ่งยากลำบากต่อเครือข่ายการบินโดยรวม
มาร์ติน โรล์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NATS ให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า NATS ยังสอบสวนเหตุการณ์ไม่เสร็จสมบูรณ์ครบถ้วน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้เกิดความขัดข้องครั้งนี้ ขณะนี้เรายังไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวล่าช้าและอีกจำนวนมากถูกยกเลิก โดยมีเที่ยวบินเกือบ 1,000 เที่ยวได้รับผลกระทบในวันอังคาร รวมถึงเที่ยวบินที่เดินทางเข้าและออกจากสนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ
สนามบินฮีทโธรว์ระบุเมื่อเวลา 21.19 น. ว่า เที่ยวบินขาเข้าทั้งหมดจะถูกระงับตลอดช่วงเวลาที่เหลือของวันอังคาร ขณะที่เที่ยวบินขาออกกลับมาให้บริการแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบจากเหตุขัดข้องจะยังคงดำเนินต่อไป
ข้อมูลจาก FlightAware แพลตฟอร์มติดตามเที่ยวบิน ระบุว่า เมื่อเวลา 16.18 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ มีเที่ยวบินขาออกประมาณ 490 เที่ยวที่ล่าช้าที่สนามบิน 6 แห่ง ได้แก่ ฮีทโธรว์ แกตวิค ลอนดอนซิตี ลูตัน เอดินบะระ และบริสตอล ขณะเดียวกันเที่ยวบินขาเข้าอีกประมาณ 525 เที่ยวที่สนามบินทั้ง 6 แห่งถูกยกเลิกหรือล่าช้า
ที่สนามบินฮีทโธรว์ เที่ยวบินขาเข้า 38 เที่ยวจากทั้งหมด 661 เที่ยวที่มีกำหนดให้บริการถูกยกเลิกหรือไม่สามารถให้บริการได้ ตามข้อมูลของ Cirium บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบิน ขณะที่ British Airways ซึ่งเป็นสายการบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ณ สนามบินแห่งนี้ ได้ยกเลิกเที่ยวบินขาออก 16 เที่ยวจากทั้งหมด 333 เที่ยวที่มีกำหนดให้บริการ
British Airways ระบุในแถลงการณ์ว่า “ความรุนแรงของปัญหานี้หมายความว่าจะเกิดผลกระทบต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญต่อลูกค้าและพนักงาน”
ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศจึงต้องอาศัยการประสานงานอย่างแม่นยำและรัดกุม เนื่องจากน่านฟ้าของยุโรปมีเที่ยวบินหนาแน่นอย่างมาก
จอห์น สตริกแลนด์ นักวิเคราะห์ด้านการบิน กล่าวว่า ผลกระทบจากการหยุดชะงักแม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็อาจรุนแรงได้ เนื่องจากความล่าช้าจะลุกลามและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเที่ยวบินอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ภายในเครือข่ายการบินของสายการบินที่มีตารางบินเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา
สตริกแลนด์กล่าวว่า การหยุดชะงักเป็นเวลาสองสามชั่วโมง เมื่อมองเพียงผิวเผินอาจฟังดูเป็นช่วงเวลาที่ไม่ยาวนาน แต่ผลกระทบนั้นมหาศาล เมื่อสนามบินจำนวนมากทั่วอังกฤษได้รับผลกระทบ
Ryanair ระบุว่า ผู้โดยสารของสายการบินประมาณ 150,000 คนได้รับผลกระทบจากเที่ยวบินล่าช้านานถึง 8 ชั่วโมง และสายการบินได้ยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยว พร้อมเรียกร้องให้มาร์ติน โรล์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NATS ลาออก
นีล แมคมาฮอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Ryanair กล่าวว่า ผู้โดยสารจะต้องเผชิญกับความล้มเหลวอีกกี่ครั้ง ก่อนที่มาร์ติน โรล์ฟ ซีอีโอ NATS ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงเกินควรจากการบริหารงานที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะยอมรับผิดชอบและลาออก
NATS ยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นเกี่ยวกับถ้อยแถลงของแมคมาฮอนในทันที
ด้าน Wizz Air ก็เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบควบคุมการจราจรทางอากาศอย่างเร่งด่วน โดยระบุว่า สายการบิน ผู้โดยสาร และสนามบินไม่ควรต้องเป็นฝ่ายแบกรับผลกระทบจากความล้มเหลวของระบบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Wizz Air ระบุว่า ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญระดับประเทศไม่ควรทำให้ระบบการบินทั้งหมดหยุดชะงักซ้ำแล้วซ้ำเล่า NATS ในรูปแบบปัจจุบันไม่เหมาะสมอย่างชัดเจนที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว
สำนักงานการบินพลเรือน (CAA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของอังกฤษ ระบุว่า คาดหวังให้ NATS จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร จากนั้น CAA จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อสร้างหลักประกันว่าระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษมีความน่าเชื่อถือและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
ในปี 2024 CAA ระบุว่า NATS จำเป็นต้องทบทวนแผนสำรองรองเพื่อรับมือกับเหตุระบบขัดข้อง หลังจากระบบประมวลผลแผนการบินอัตโนมัติเกิดขัดข้องเมื่อปีก่อนหน้า ส่งผลให้เกิดความโกลาหลตามสนามบินต่างๆ ทั่วอังกฤษ
ผู้บริหารสายการบินระบุว่า เหตุขัดข้องครั้งดังกล่าวทำให้สายการบินต่างๆ ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,450 ล้านบาท ไปกับค่าชดเชยและการคืนเงินให้แก่ผู้โดยสาร
ขณะที่เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ปัญหาทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับระบบเรดาร์ในระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษ ทำให้เที่ยวบินที่สนามบินสำคัญหลายแห่งในกรุงลอนดอนและพื้นที่อื่นๆ รวมถึงสนามบินฮีทโธรว์ ต้องหยุดชะงักนานกว่า 4 ชั่วโมงอีกด้วย

