น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก
สถานการณ์บริเวณทะเลแดงทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น หลังกลุ่มฮูตี กองกำลังติดอาวุธในประเทศเยเมนซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุน สามารถยึดเมืองท่าโมคาของเยเมนไว้ได้เมื่อวันที่ 10 กันยายน และรุกคืบไปตามชายฝั่งทะเลแดงจนถึงหมู่เกาะยุทธศาสตร์ต่างๆ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวทางทหารที่ระบุด้วยว่าการรุกคืบลงมาตามแนวชายฝั่งของกลุ่มฮูตีนั้นมีขึ้นภายใต้คำแนะนำจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน(IRGC) และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวคาดหมายว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐผ่านพ้นไปแล้ว
แหล่งข่าวทางทหารของรัฐบาลเยเมนระบุว่ากลุ่มฮูตีมีความได้เปรียบมากขึ้นในช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นทางออกทางตอนใต้ของทะเลแดงและเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกยังเลี่ยงมาใช้เส้นทางนี้ในการขนส่งน้ำมันหลังจากอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้กลุ่มฮูตียังสามารถรุกคืบเข้าไปถึงหมู่เกาะฮานิชและเมืองดูบับ บริเวณช่องแคบบัลเอลมันเดบตรงข้ามเกาะเพริมไว้ได้ ซึ่งการเข้าควบคุมเมืองดูบับและเกาะดังกล่าวถือเป็นกุญแจสำคัญในการยึดครองช่องแคบบับเอลมันเดบ
รายงานข่าวระบุว่า หากกลุ่มฮูตีสามารถควบคุมเส้นทางน้ำแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของคาบสมุทรอาหรับจากช่องแคบฮอร์มุซได้ ก็อาจทำให้อิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮูตีมีความได้เปรียบครั้งสำคัญในการทำสงครามกับสหรัฐ โดยจะทำให้การขนส่งต่างๆ ผ่านเส้นทางคมนาคมทางทะเลสายสำคัญแห่งที่ 2 นี้ลดลง และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ยังอาจทำให้ทรัมป์หาทางลงในการยุติสงครามได้ยากขึ้น เนื่องจากสงครามในสมรภูมินี้ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเลือกตั้งของพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
ด้านศูนย์ประสานงานด้านมนุษยธรรมภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีในเยเมนออกแถลงการณ์ระบุว่า การเดินเรือในทะเลแดงมีความปลอดภัยสำหรับบริษัทขนส่งสินค้าทุกแห่ง ยกเว้นเรือของซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่นายฮันส์ กรุนด์เบิร์ก ทูตพิเศษเยเมนประจำสหประชาชาติ กล่าวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)เมื่อวันพฤหัสบดี(10 ก.ย.)ว่า ประชาคมโลกจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อรับมือกับ “ระยะใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม” ของสงครามในเยเมน และว่า การที่กลุ่มฮูตียึดเมืองโมคาได้สำเร็จ ทำให้กลุ่มฮูตีมีฐานที่มั่นโดยตรงในเส้นทางเข้าสู่หนึ่งในช่องแคบที่มีความสำคัญที่สุดของโลกซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเสรีภาพในการเดินเรือ
ด้านกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านแถลงว่า ความขัดแย้งในเยเมนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปิดล้อมหรือปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มฮูตี พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเจรจา โดยไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของอิหร่านเองในวงขัดแย้งนี้
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ขยายวง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานราคาน้ำมันดิบหลักของโลก ได้พุ่งทะยานขึ้นแตะ 109.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในการซื้อขายในวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากปรับตัวขึ้นถึง 6% ในช่วงข้ามคืน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นไปถึงเกือบ 13% แลัวในรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ความผันผวนของราคาน้ำมันเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดความชะงักของอุปทานน้ำมันโลก โดยการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัดท่ามกลางสถานการณ์การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ประกอบกับกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านยังได้เข้ายึดครองท่าเรือโมคาในเยเมน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในพื้นที่ทะเลแดงด้วย

