หน้าแรก ต่างประเทศ LG ปฏิเสธข่าว...

LG ปฏิเสธข่าว ‘ทีวีแอบดักฟัง’ หลังเว็บเกมทดสอบพบถูกดักฟังได้ แม้อยู่ในโหมดสแตนด์บาย

11.09.26 | 14:27 น.

LG ปฏิเสธข่าว ‘ทีวีแอบดักฟัง’ หลังเว็บเกมทดสอบพบถูกดักฟังได้ แม้อยู่ในโหมดสแตนด์บาย

ซีเน็ต รายงานว่า บริษัท แอลจี (LG) ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากเกาหลีใต้ ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า โทรทัศน์ของแอลจี แอบดักฟังบทสนทนาของลูกค้า หลังจากมีเว็บไซต์ด้านเกมเว็บหนึ่ง ออกมาเผยแพร่ข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า โทรทัศน์ของแอลจีสามารถใช้เพื่อดักฟังบทสนทนาแบบเรียลไทม์ได้


โดยแถลงการณ์ของแอลจี ที่ส่งถึงซีเน็ต ระบุว่า “ข้อกล่าวหาที่ระบุอยู่ในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้นั้น ไม่เป็นความจริง” และว่า โทรทัศน์ของแอลจี จะประมวลผลข้อมูลเสียงก็ต่อเมื่อมีการกดปุ่มสั่งงานด้วยเสียงบนรีโมตคอนโทรลค้างไว้ หรือเมื่อลูกค้าพูดคำสั่งปลุกระบบขึ้นมาเท่านั้น นอกเหนือจากกรณีดังกล่าว โทรทัศน์จะไม่มีการเก็บรวบรวมหรือบันทึกเสียงบทสนทนาในสภาพแวดล้อมรอบข้างแต่อย่างใด

แอลจี ระบุว่า หากอุปกรณ์ไม่ตรวจพบคำสั่งปลุกระบบ ก็จะไม่มีการส่งข้อมูลเสียงไปยังเซิร์ฟเวอร์ อีกทั้งการตรวจจับคำสั่งปลุกระบบ จะเกิดขึ้นภายในตัวเครื่องและข้อมูลดังกล่าวจะถูกลบทิ้งในทันที

ทั้งนี้ เว็บไวต์ GamersNexus ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับเกม ได้รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า โทรทัศน์ของแอลจี สามารถถูกแฮกโดยบุคคลภายนอก เพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นอุปกรณ์ดักฟังได้ แม้ว่าผู้ใช้จะปิดการทำงานของไมโครโฟนในตัวเครื่องไปแล้ว  และโทรทัศน์อยู่ในโหมดสแตนด์บายก็ตาม

Advertisement

GamersNexus ระบุว่า ทางทีมงานได้ใช้วิธีการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (การดักข้อมูลระหว่างทาง) กับโทรทัศน์แอลจี รุ่น LG G5 เพื่อให้สามารถดักฟังเสียงจากคอมพิวเตอร์ระยะไกลได้ และพบว่า โทรทัศน์สามารถบันทึกเสียงได้ แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตก็ตาม โดยการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle คือการที่แฮกเกอร์แอบดักจับข้อมูลสำคัญโดยการแทรกตัวอยู่ระหว่างสองฝ่าย เช่น ระหว่างผู้ใช้กับเว็บแอพพลิเคชั่น

โดยวิดีโอความยาว 2 ชั่วโมง ซึ่งจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับเว็บไซต์ Level1Techs ระบุว่า แฮกเกอร์สามารถดักฟังเสียงจากเว็บแคมที่เชื่อมต่อผ่านยูเอสบี หรือสัญญาณเสียงจากช่อง HDMI ได้ แม้ว่าจะมีการปิดสวิตช์ทางกายภาพที่อยู่ข้างไมโครโฟนแล้วก็ตาม

วิดีโอดังกล่าว ระบุว่า ช่องโหว่ที่ถูกกล่าวถึงนี้เกิดขึ้นได้ เนื่องจากฟีเจอร์ Automatic Content Recognition (การจดจำเนื้อหาอัตโนมัติ) ของโทรทัศน์ ซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลพฤติกรรมการรับชมและคำสั่งเสียงกลับไปยังแอลจี

วิดีโอดังกล่าว ระบุว่า “โทรทัศน์ของแอลจี สามารถถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ดักฟังได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฟังก์ชั่นการแสดงโฆษณาที่ติดตั้งมาในตัวเครื่อง เราสามารถดึงข้อมูลบทสนทนาที่ถูกแปลงเป็นข้อความ และข้อมูลอินพุตต่างๆจากโทรทัศน์ออกมาได้” และว่า “นักวิจัยสามารถดูรายการที่อยู่ IP ของอุปกรณ์อื่นๆทั้งหมดที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันได้ แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่ได้เชื่อมต่อกับตัวทีวีก็ตาม”

ขณะที่แถลงการณ์ของแอลจี ระบุว่า “ทีวีของแอลจีมีความสามารถในการสแกนและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้เคียงที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งถือเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานที่พบได้ทั่วไปในสมาร์ททีวีและอุปกรณ์สมาร์ทโฮม”

ไมโครโฟนของ ทีวี แอลจี ก็เหมือนกับอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ที่ได้รับการออกแบบมาให้คอยตรวจจับคำสั่งปลุกระบบ หรือ วลีเฉาะ เช่น “Hi TV” เพื่อเริ่มดำเนินการตามคำสั่งของผู้ใช้งาน

ขณะเดียวกัน แอปเปิล ระบุว่า ฟีเจอร์ Audio Intelligence ใหม่ที่ทำงานในลักษณะ “คอยรับฟังอยู่ตลอดเวลา” นั้น ไม่ได้เปิดทางให้บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเสียงดิบของผู้ใช้งานได้

ทั้งนี้ โทรทัศน์และอุปกรณ์สตรีมมิ่งเกือบทุกชนิด ใช้เทคโนโลยีจดจำเนื้อหาอัตโนมัติ เพื่อนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า โดยอิงจากพฤติกรรมการรับชม แต่โดยปกติแล้วผู้ใช้งานสามารถเลือกปิดฟีเจอร์นี้ได้ในการตั้งค่าของอุปกรณ์

ซีเน็ต ระบุว่า สิ่งที่ควรรู้คือ ลำโพงอัจฉริยะทุกชนิดจะบันทึกเสียงในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากตรวจพบคำสั่งปลุกระบบ ดังนั้น หากคุณเผลอพูดข้อมูลสำคัญ เช่น หมายเลขประกันสังคมออกมาในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลนั้นก็จะถูกบันทึกและส่งออกไป

อย่างไรก็ตาม แม้การโจมตีระบบสมาร์ทโฮมจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่นักวิจัยก็แนะนำให้ถอดโทรทัศน์ แอลจี ออกจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อป้องกันการเก็บข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตและการละเมิดความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ คอมพิวเตอรืและเราเตอร์ที่ไม่มีระบบป้องกันที่รัดกุมต่างหากที่ตกเป็นเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์ ไม่ใช่ตัวโทรทัศน์