สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ ‘ทวิภาคี’ ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ ‘เกาะกูด’ กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้
เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ภายหลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 18 ว่า ไม่มีผู้นำหรือรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศใดสอบถามหรือแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา แม้ทุกฝ่ายจะรับทราบสถานการณ์อยู่แล้ว โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศควรแก้ไขผ่านการพูดคุยกันโดยตรง
นายสีหศักดิ์ซึ่งเตรียมเดินทางไปยังสิงคโปร์ต่อเพื่อเข้าร่วมการนัดหมายครั้งแรกในกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ในประเด็นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ยืนยันว่า ไทยเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวด้วยความมั่นใจ เนื่องจากจุดยืนของไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ไทยยังเห็นว่าแนวทางที่เหมาะสมที่สุดควรเริ่มจากการเจรจาทวิภาคีก่อน หากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน
สำหรับกรณีที่กัมพูชาระบุว่า การเข้าสู่กลไกดังกล่าวเป็นผลจากการที่ไทยยกเลิก MOU44 นายสีหศักดิ์ชี้แจงว่า MOU ดังกล่าวมีอายุประมาณ 26 ปี และที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้า ไทยจึงต้องการเริ่มต้นกระบวนการใหม่ โดยเสนอให้ทั้งสองฝ่ายลองกลับมาเจรจากันก่อน และอาจกำหนดกรอบเวลา เช่น 6 เดือน เพื่อดูว่าสามารถสร้างความคืบหน้าได้หรือไม่ ก่อนพิจารณากลไกอื่นต่อไป
นายสีหศักดิ์ชี้ว่า วิธีการของกัมพูชาคือพยายามสร้างความได้เปรียบ สร้างแรงกดดัน แต่สำหรับเราไม่มีปัญหา เพราะไทยพร้อม พร้อมย้ำว่า การที่ไทยให้ความสำคัญกับการเจรจาทวิภาคี ไม่ได้หมายความว่าไทยปฏิเสธกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ไทยมองตามความเป็นจริงว่า กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกมิติระหว่างสองประเทศได้

แม้แต่กระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ผลของกระบวนการก็ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยผู้ประนอมจะเสนอแนวทางที่เห็นว่าสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและมีความเที่ยงธรรม ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการได้เดินมาถึงจุดนี้แล้ว นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า ไทยมีความพร้อม รู้ว่าผลประโยชน์ของประเทศอยู่ตรงไหน และจะยืนอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
เมื่อถามถึง “เส้นแดง” ของไทยในกระบวนการประนอมข้อพิพาท โดยเฉพาะประเด็นเกาะกูด นายสีหศักดิ์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า อธิปไตยเหนือเกาะกูดไม่ใช่ประเด็นที่มีข้อสงสัยหรือสามารถนำมาต่อรองได้
“เรื่องเกาะกูดไม่ได้เด็ดขาด เราก็ยืนยันว่าเกาะกูดไม่มีปัญหาใด ๆ เกาะกูดเป็นของไทย” นายสีหศักดิ์กล่าวย้ำ
นายสีหศักดิ์ระบุว่า เกาะกูดเป็นของไทยภายใต้อนุสัญญาที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ช่วงที่กัมพูชาอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส ขณะที่ “Red Line” ของไทยในการหารือเรื่องเขตแดนทางทะเล คือการอ้างสิทธิ์และเส้นเขตแดนต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
จุดยืนของไทยจึงยังคงเป็นการเปิดกว้างต่อการเจรจา พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เห็นว่าทางออกที่ยั่งยืนที่สุดของปัญหาไทย–กัมพูชา คือการฟื้นการพูดคุยโดยตรง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และหาข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน

