คุมตัว ‘แอร์มีนา’ ต่อ หลังศาลออสซี่เลื่อนพิจารณาคดี เหตุ ‘อัยการ-ทนาย’ ขอเวลาคุยหาทางออก

14.09.26 | 13:51 น.
แอร์มีนา

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนพิจารณาคดี ‘แอร์มีนา’ เหตุ ‘อัยการ-ทนายจำเลย’ ร้องขอเพื่อขอเวลาคุยหาทางออก ผู้พิพากษาสั่งคุมตัวต่อ ขึ้นศาลอีกครั้ง 12 ต.ค.

เว็บไซต์ news.com.au รายงานความคืบหน้า คดี “แอร์มีนา” พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของสายการบินไทย ที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาทางออกสำหรับคดีนี้


ข่าวระบุว่า มีนา ได้ปรากฏตัวต่อศาลแขวงเมลเบิร์น เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน โดยทั้งฝ่ายอัยการและทนายความจำเลยได้ร้องขอต่อผู้พิพากษาคีแรน กิลลิแกน ให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปก่อน และมีการแจ้งต่อศาลว่า ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มหารือเพื่อหาทางออกของคดีแล้ว และต้องการเวลาเพื่อให้กระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินต่อไปได้

ผู้พิพากษากิลลิแกนกล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีความคืบหน้าดังกล่าว พร้อมทั้งสั่งให้ควบคุมตัว มีนา ต่อไป โดยกำหนดให้กลับมาขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 12 ตุลาคม

ข่าวระบุว่า แอร์มีนา วัย 26 ปี ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด หลังจากที่ตำรวจตรวจพบเฮโรอีนมูลค่าสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาในตลาดมืด) ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเธอ จึงถูกควบคุมตัวที่สนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา

Advertisement

โดยตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (เอเอฟพี) ระบุว่า มีการตรวจพบความผิดปกติขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ทำการเอกซเรย์กระเป๋าเดินทางของแอร์มีนาคม และพบเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม ถูกเย็บซ่อนไว้ในซับในของกระเป๋าผ้าทรงโท้ท จำนวน 12 ใบ

โดยมีนา ถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดผิดกฎหมายในปริมาณที่มีนัยสำคัญทางการค้า และครอบครองยาเสพติดผิดกฎหมายในปริมาณที่มีนัยสำคัญทางการค้า ซึ่งทั้งสองข้อหามีโทษสูงสุดคือจำคุก 25 ปี หากพบว่ามีความผิดจริง

นายคลินต์ ซิมส์ ผู้บัญชาการหน่วยงานควบคุมพรมแดนออสเตรเลีย (เอบีเอฟ) กล่าวว่า ทางหน่วยงานตระหนักดีว่า กลุ่มอาชญากรข้ามชาติมุ่งเป้าไปที่ลูกเรือของสายการบินต่างๆ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ

“ใครก็ตามที่พยายามลักลอบนำยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะอยู่ในระดับหรือตำแหน่งใด จะตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบและต้องเผชิญกับบทลงโทษตามกฎหมายอย่างเต็มที่” นายซิมส์กล่าว

และว่า หน่วยงานเอบีเอฟยังคงเฝ้าระวังภัยคุกคามจากบุคคลภายในองค์ที่ได้รับความไว้วางใจ และจะเดินหน้าตรวจจับรวมถึงสกัดกั้นพฤติกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของพรมแดนและปกป้องสังคมออสเตรเลีย