หน้าแรก ต่างประเทศ ตลาดหุ้นเอเชี...

ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ

15.09.26 | 12:11 น.
ภาพรอยเตอร์

ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ

ตลาดหุ้นเอเชียยังคงปรับตัวลงสวนทางกับราคาน้ำมันที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร(15 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและกระแสเรียกร้องจากบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรมที่ขอให้ชะลอการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์(AI) ตลอดจนการจับตารอดูผลการประชุมสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐและญี่ปุ่นที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้


โดยดัชนี MSCI Asia-Pacific ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก(ไม่รวมญี่ปุ่น) ปรับตัวลดลง 0.12% โดยได้รับแรงกดดันจากดัชนี KS11 ของเกาหลีใต้ที่ร่วงลง 0.25% ในขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 0.19% หลังจากร่วงลงไปในช่วงแรก

ขณะที่ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันกลับมาอีกครั้ง หลังจากกลุ่มฮูตี กองกำลังติดอาวุธในเยเมนที่มีอิหร่านสนับสนุน ได้ลงมือโจมตีระลอกใหม่ต่อซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อวันจันทร์(14 ก.ย.) หลังจากซาอุฯได้ทำการปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญของประเทศหลังถูกฮูตีโจมตีไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว ทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากซาอุฯ ที่คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 4% ของอุปทานน้ำมันในตลาดโลกนั้น ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.21% อยู่ที่ 107 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 1.27% อยู่ที่ 102.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

นอกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้ว กระแสเรียกร้องจากบุคคลสำคัญในวงการ AI ให้ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี AI ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะลดทอนความกังวลเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิดก็ตาม โดยทรัมป์ระบุว่ามาตรการป้องกันที่มีอยู่ของสหรัฐนั้นเพียงพอแล้ว และจีนจะเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์จากความลังเลสงสัยเกี่ยวกับการพัฒนา AI

Advertisement

นอกจากนี้บรรดานักลงทุนยังกำลังจับตาดูการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) จะเริ่มการประชุมเป็นเวลา 2 วันซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูง 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของเฟดนับตั้งแต่กลางปี 2023

ขณะเดียวกันเป็นที่คาดหมายในวงกว้างว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุม 2 วันที่จะสิ้นสุดในวันศุกร์(18 ก.ย.)พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายกำลังพยายามพยุงค่าเงินเยน หลังจากที่มาตรการเข้าแทรกแซงตลาดช่วยพยุงค่าเงินไม่ให้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี

โยโกะ อากิฮิโกะ นักวิเคราะห์จากธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ วิเคราะห์ภาวะตลาดว่า ตลาดมีแนวโน้มที่จะยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่ว่าราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นอาจซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และในทางกลับกันก็จะผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย

ด้านนักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเร็วๆ นี้ หมายความว่าอัตราการลดลงของเงินเฟ้อนั้นช้ากว่าและไม่น่าเชื่อถือเท่าที่เฟดต้องการ โดยคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% ในวันพุธ(16 ก.ย.)นี้และในเดือนธันวาคม