หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์ ฟาด...

สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก

15.09.26 | 15:13 น.

สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทยในกระบวนการประนอมภาคบังคับ ให้สัมภาษณ์หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกมธ.ว่า ดูเหมือนกับว่ากัมพูชาไม่ได้ตั้งตัวที่เรากล่าวแบบนั้น เพราะเราก็กล่าวตรงไปตรงมา ประเด็นการประนอมภาคบังคับจะแยกจากความสัมพันธ์ไม่ได้ ต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งมีผลกับกระบวนการนี้ เพราะออกมาอย่างไรก็มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง


“เจตนาของไทย เราต้องอยู่ด้วยกัน เรามีปัญหาความขัดแย้ง เราก็ต้องก้าวข้าม ต้องมีความจริงใจและจริงจัง แต่สิ่งที่เราเห็นกัมพูชาจะพูดเสมอว่าเขาเป็นฝ่ายที่ชอบธรรม ยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยเป็นฝ่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เราต้องยกตัวอย่างให้คณะกมธ. เช่น การปล่อยคลิปเสียงคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการพูดคุยกันส่วนบุคคล แล้วปล่อยเพื่อเจตนาอะไร เพื่อที่จะบั่นทอนรัฐบาลไทยในขณะนั้น สร้างความแตกแยกในประเทศ รวมถึงการยิงเข้าไปในสถานที่พลเรือน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ มีคนเสียชีวิต ทรัพย์สินถูกทำลาย และที่สำคัญทหารไทย เหยียบกับระเบิด ขาขาด ได้รับบาดเจ็บ โดยฝั่งกัมพูชาไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ นี่คือการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งข้อสงสัย” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่นายปรักพูดเสมอว่าจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อจะได้เดินหน้า แต่สิ่งที่เราเห็นทุกวัน ในเวทีต่างๆ การใส่ร้ายกล่าวหาประเทศไทยไม่หยุดยั้ง เช่น เวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รวมถึงขณะนี้ ในเวทีที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทบทวนอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13–18 กันยายน 2569 ก็มีการกล่าวหา ประเทศไทย มันไม่สิ้นสุด แล้วเราจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างไร ในการจะเข้าสู่กระบวนการประนอม

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่กัมพูชาบอกว่าไม่มีทางเลือกอื่นหลังไทยยกเลิก MOU 2544 ต้องดูว่าเหตุใดจึงยกเลิก เพราะไปไม่ได้ เขาก็รู้ว่าไปไม่ได้ มีการประชุมอย่างเป็นทางการแค่สองรอบ หลังจากนั้นก็ไม่มีความคืบหน้า ส่วนหนึ่งมาจากที่เขาเผาสถานทูตไทย ทำไมไม่พูดตรงนี้ ดังนั้น สิ่งที่เราเสนอยกเลิก MOU 2544 ให้มาเริ่มกันใหม่ เพราะกัมพูชาเป็นภาคี UNCLOS แล้ว ก็มาคุยในระดับทวิภาคีกัน ที่จริงคณะผู้นำสองประเทศเจอกันที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ก็ตกลงว่าจะพยายามพูดคุยทวิภาคี ทั้งประเด็นทางบก ทางทะเล สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน แล้วเราจะสามารถเดินหน้าในประเด็นต่างๆ นี่เป็นวิธีการที่ประเทศเพื่อนบ้านปฎิบัติระหว่างกัน

Advertisement

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า จำได้ว่าเคยเสนอกับนายปรักครั้งสุดท้ายในที่ประชุมสหประชาชาติว่า เรามาคุยกันสองฝ่ายประมาณ 6 เดือน ถ้าบรรยากาศมันดี เราอาจจะเริ่มพูดคุยกันได้บ้าง ทั้งเขตแดนทางบก ปัญหาชายแดนที่ค้างอยู่ และหลังจากนั้น หากเราพูดคุยกันเรื่องเขตแดนทางทะเลภายใต้ UNCLOS ถ้าคืบหน้าก็อาจจะตกลงร่วมกัน เพื่อไปสู่กลไกการประนอมก็ได้ โดยเป็นการตกลงกันทั้งสองประเทศ อย่างน้อยประชาชนทั้งสองฝั่ง ก็จะได้เห็นว่าเราพยายามแล้ว ไม่ได้เล่นเกมอะไรระหว่างกัน ถ้าไปไม่ได้ เราก็ตกลงเข้าสู่กระบวนการนี้

“ที่สำคัญเรามีข้อสงสัยว่า การเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ เขามีเจตนาอะไร ตามหลักหน้าที่ของ UNCLOS คือการแบ่งเขตทางทะเล แต่เท่าที่สังเกตจากการนำเสนอของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมายต่างประเทศฝั่งกัมพูชา เห็นชัดว่า เขาอยากจะเอาทรัพยากรทางทะเล แต่ตรงนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการปักปันเขตแดนให้ถึงที่สุดเสียก่อน เราก็จะรู้ว่าตรงไหนเป็นพื้นที่ทับซ้อนกัน ตรงไหนที่เราจะมีการพัฒนาร่วมกัน แบ่งปันผลประโยชน์ ตรงนี้เราบอกแล้วสำหรับประเทศไทย เส้นตายคือเรื่องปักปันเขตแดน ขอยืนยันว่า เกาะกูด ยังไงก็ตามเป็นของประเทศไทย ไม่ว่าด้วยหลักกฎหมายทางทะเล เขตแดนทางทะเล รวมถึงสนธิสัญญาที่เรามีอยู่ ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยกัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส  ประเด็นเรื่องเกาะกูดไม่เกี่ยว จึงเชื่อว่าการขีดเส้น หรือการอ้างสิทธิ์ต่างๆ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายทางทะเล” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์ยืนยันอีกว่า ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS ด้วยความตั้งใจ อยากจะร่วมมือกับคณะกมธ. เพื่อให้เขาทำงานอย่างเต็มที่ หวังว่าผลสุดท้ายจะเป็นอะไรที่สร้างสรรค์ ไทยกับกัมพูชาจะเดินหน้าร่วมกันเจรจา หาทางออกที่ยั่งยืน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า หลังจากที่ไทยกล่าวถ้อยแถลง กัมพูชาไม่ได้ชี้แจงหรือแก้ต่าง เพราะเขามุ่งมาเรื่องเขตแดนทางทะเลว่าเป็นปัญหาอย่างไร แต่เห็นได้ชัดว่าเขาจะพูดเรื่องการพัฒนาทรัพยากรทางทะเล

เมื่อถามว่า การที่กัมพูชามุ่งเน้นจะให้มีการแบ่งปันทรัพยากรทางทะเล ขณะที่ไทยต้องการให้มีความชัดเจนเรื่องเขตแดนทางทะเล จะทำให้การประนอมล้มเหลวหรือไม่ นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ต้องมีการยืนยัน เพราะนี่เป็นการประชุมรอบแรก และต้องหารืออีกหลายครั้ง โดยในเดือนตุลาคมนี้จะไปประชุมที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อจากนั้น ก็จะกลับมาที่สิงคโปร์หรือประเทศอื่นในภูมิภาคที่มีสำนักงานศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (PCA)