สหรัฐจ่อขายอิสราเอล ระเบิด 2,000 ปอนด์ เพิ่มเงินหนุนอเมริกาใต้ กันอิทธิพลศัตรูในภูมิภาค
เยรูซาเล็มโพสต์รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน สหรัฐเตรียมการขายระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ให้แก่อิสราเอล โดยมีมูลค่าประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการขายอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี โดยแพ็กเกจดังกล่าวจะประกอบด้วยระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ จำนวน 40,000 ลูก แบ่งเป็นระเบิด MK-84 จำนวน 20,000 ลูก ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่สุดในคลังแสงทางทหารของชาติตะวันตก โดยสามารถเจาะทะลุโลหะและคอนกรีตที่มีความหนาได้ รวมถึง BLU-117 จำนวน 20,000 ลูก และหัวรบเจาะเกราะ I-2000 จำนวน 20,000 หัวรบด้วย
และมีรายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังกดดันผู้นำของคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐ และคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้เห็นชอบการขายอาวุธดังกล่าว และการขายอาวุธครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่านโครงการจัดหาเงินทุนทางทหารแก่ต่างประเทศ
ทั้งนี้ อิสราเอลเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากการใช้ระเบิด MK-84 ในปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มติดอาวุธ เช่น กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์กล่าวว่า การขายอาวุธให้ต่างประเทศทั้งหมดกำลังดำเนินการผ่านกระบวนการที่เหมาะสม และทางรัฐบาลจะไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายอาวุธใดๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
ขณะเดียวกัน เอพีรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังตัดลดเงินสนับสนุนของสหรัฐในโครงการจัดหาเงินทุนทางทหารแก่ต่างประเทศต่อสโลวาเกีย มาซิโดเนียเหนือ ตูนิเซีย และอิรัก มูลค่า 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังปานามา เปรู เอกวาดอร์ และโคลอมเบีย หลังจากที่นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เดินทางไปเยือนประเทศดังกล่าว ยกเว้นปานามา และให้คำมั่นว่าสหรัฐจะให้การสนับสนุนเพิ่มเติม
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า เงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในภูมิภาค ตลอดจนเสริมสร้างความปลอดภัยของคลองปานามา นอกจากนี้ เงินทุนเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ฝ่ายปรปักษ์เข้ามาสร้างฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอีกด้วย



