เนปาลเผย ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แค่ 7% ยอดดับเฉียด 1.4 พัน สูญหาย 5.2 พัน
หลายสัปดาห์หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในเนปาลจากธารน้ำแข็งละลาย ผู้สูญหายหลายพันคนยังไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่ศพส่วนใหญ่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ ทางการเนปาลเผยเมื่อวันที่ 16 กันยายน ว่า ขณะนี้สามารถระบุตัวตนศพที่กู้ขึ้นมาได้หลังเกิดอุทกภัยครั้งรุนแรงเพียงประมาณ 7% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากและภารกิจอันหนักหน่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังเผชิญ
บรรดาญาติของผู้สูญหายยังคงเรียกร้องคำตอบจากทางการ ขณะที่ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตลดน้อยลง สำนักงานบริหารจัดการและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาลระบุว่า มีผู้สูญหายประมาณ 5,200 คน โดยในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 636 คน หลังจากภัยพิบัติครั้งนี้พัดถล่มชุมชนในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,399 คน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากศพจำนวน 1,206 ราย และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากสมาชิกครอบครัวของผู้สูญหาย 1,889 ตัวอย่าง เพื่อนำไปใช้ในการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและจับคู่กับศพที่พบ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้สามารถระบุตัวตนศพได้เพียง 105 รายเท่านั้น
ทางการได้ส่งโดรนตรวจจับความร้อนและเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมภารกิจค้นหา รวมถึงส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายนำไปสู่การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเนปาลได้อย่างน่าทึ่งในบางกรณี
กระนั้นก็ดีครอบครัวของชาวต่างชาติที่สูญหายระบุว่า การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของปฏิบัติการช่วยเหลือ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่องกลับลดลงในช่วงที่ผ่านมา
สำนักงานยังระบุว่า พื้นที่น่านฟ้าที่จำกัด สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันที่เข้าถึงได้ยาก และปริมาณเศษซากปรักหักพังและเศษวัสดถุที่ทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นความท้าทายสำคัญในการค้นหาผู้สูญหาย แต่ได้มีการแจ้งข้อมูลความคืบหน้าให้แก่สถานเอกอัครราชทูตและครอบครัวของผู้สูญหายอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

