หน้าแรก ต่างประเทศ UN ยันมีหลักฐ...

UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน

18.09.26 | 09:49 น.
REUTERS

UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน

คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยอิหร่านระบุเมื่อวันที่ 17 กันยายน ว่า จากการสอบสวนพบว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า สหรัฐอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางทหาร 2 ครั้งต่อโรงเรียนและสนามกีฬาในอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และการกระทำดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมสงคราม


คณะกรรมการยังพบด้วยว่า ทางการอิหร่านก็ได้ได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างการปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเช่นกัน

ผลการสอบสวนดังกล่าวปรากฎในรายงานฉบับใหม่ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างประเทศอิสระว่าด้วยอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดที่จะนำเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ในนครเจนีวา โดยได้มีการตรวจสอบทั้งพฤติกรรมของสหรัฐระหว่างสงครามอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ และการดำเนินการของรัฐบาลอิหร่านต่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั่วประเทศซึ่งเริ่มต้นในปลายเดือนธันวาคม

ในเหตุโจมตีโรงเรียนมินาบ จ.โฮรมุซกอนของอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นกล่าวว่า พวกเขาพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ากองกำลังสหรัฐเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ไทเยเบห์ ในเมืองมินาบ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนประมาณ 120 ราย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่อิหร่าน

Advertisement

คณะทำงานสรุปว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ทำให้พลเรือนเสียชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนเสียหาย ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

รายงานระบุว่า การที่สหรัฐไม่ได้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน ซึ่งอยู่ติดกับฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในฐานข้อมูลเป้าหมาย และไม่ยืนยันว่าอาคารดังกล่าวเป็นเป้าหมายทางทหารนั้น ถือว่าเป็นมากกว่าความประมาทเลินเล่อทั่วไป

“สหรัฐเป็นฝ่ายกำหนดการโจมตีอาคารโรงเรียนโดยรู้ดีว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะโจมตีเป้าหมายพลเรือน และกระทำการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต่อความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น” รายงานระบุ

ในเดือนมิถุนายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า “ไม่มีใคร” จงใจโจมตีโรงเรียนหญิงในอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยอ้างถึงการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่รอยเตอร์เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานว่า การสอบสวนภายในเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐแสดงให้เห็นว่า กองกำลังสหรัฐน่าจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน

ต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ยกระดับการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ผลการสอบสวนเบื้องต้นใดๆ ต่อสาธารณะ

ผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นกล่าวว่า โรงเรียนดังกล่าวเป็นสถานที่พลเรือนที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน และไม่พบหลักฐานว่าถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร

ผู้เชี่ยวชาญยังได้ข้อสรุปที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับการโจมตีศูนย์กีฬาในเมืองลาแมร์ด โยรายงานระบุว่า การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับอาคารที่พักอาศัยและโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียง และทำให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ 22 ราย คณะทำงานสรุปว่าการโจมตีครั้งนั้นก็เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ดังนั้นจึงเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

กองบัญชาการกลางสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์เมื่อเดือนมีนาคมว่า กองกำลังสหรัฐไม่ได้ทำการโจมตีใดๆ เข้าไปในเมืองลาแมร์ดในวันดังกล่าว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานที่จัดทำโดยองค์กรภายนอก โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “การสอบสวนของเรายังคงดำเนินอยู่ และเราไม่มีอะไรจะประกาศในขณะนี้”

ด้านแอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว ตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า ยูเอ็นเอชอาร์ซีไม่ได้ทำอะไรเลยให้เกิดประโยชน์ต่อสิทธิมนุษยชน พร้อมระบุว่าอิหร่านเป็นเพียงฝ่ายเดียวในความขัดแย้งปัจจุบันที่ก่ออาชญากรรมสงคราม

สำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของอิหร่าน การสอบสวนของคณะทำงานพบว่า ทางการอิหร่านได้ดำเนินการโจมตีพลเรือนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบระหว่างการประท้วงที่ปะทุขึ้นในปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การทรมาน การกักขังโดยพลการ การหายตัวไปโดยบังคับ และการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรง

กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ผู้ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมการประท้วงรวมอยู่ด้วย เหตุปราบปรามครั้งนี้ถืเป็นการปราบปรามครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ขึ้นสู่อำนาจหลังการปฏิวัติปี 1979 ขณะที่รัฐบาลอิหร่านกล่าวโทษ “ผู้ก่อการร้ายและผู้ก่อจลาจล” ที่ได้รับการสนับสนุนจากต่อต้านรัฐบาลที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ และศัตรูต่างชาติอย่างสหรัฐและอิสราเอล

คณะสอบสวนระบุว่าไม่สามารถยืนยันยอดผู้เสียชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ แต่เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บน่าจะสูงกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการไปอีกมาก ซึ่งตัวเลขของทางการระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 3,038 ราย และบาดเจ็บ 25,000 ราย

รายงานระบุว่า การตอบโต้การประท้วงของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการใช้ความรุนแรงและการสังหารผู้คน การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต และการใช้โทษประหารชีวิต ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับรูปแบบการปราบปรามผู้เห็นต่างในอดีต

คณะผู้แทนถาวรของอิหร่านในเจนีวาไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในทันทีเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สหรัฐเคยกล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยความขัดแย้งทางอาวุธ ในขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบมาโดยตลอด

คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของยูเอ็นเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สอบสวน ไม่ใช่องค์กรตุลาการ ดังนั้นจึงไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีอาญาใดๆ อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการสอบสวนคดีอาญาโดยศาลระดับประเทศหรือศาลระหว่างประเทศ เช่น ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ ทั้งนี้ ประเทศต่างๆ จะหารือเกี่ยวกับผลการตรวจสอบที่พบในรายงานเมื่อมีการนำเสนอต่อยูเอ็นเอชอาร์ซีในวันจันทร์