คุมเงินเฟ้อ! ธนาคารกลางญี่ปุ่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย สู่ระดับ 1.25% สูงสุดรอบ 31 ปี
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 31 ปี ความเคลื่อนไหวนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ในวงกว้างในความพยายามของ BOJ ที่มุ่งป้องกันความเสี่ยงไม่ให้อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นพุ่งสูงเกินกว่าเป้าหมาย 2% ตามที่กำหนด
ข่าวระบุว่า ในการประชุมด้านนโยบายเป็นเวลา 2 วันของ BOJ ซึ่งสิ้นสุดลงในวันศุกร์(18 ก.ย.)นี้ คณะกรรมการ BOJ มีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% โดยมีกรรมการ 2 คน ได้แก่ นายโทอิจิโร อาซาดะ และ นางอายาโนะ ซาโตะ ที่ลงมติคัดค้านการตัดสินใจดังกล่าว
การขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ เป็นไปในทิศทางเดียวกับธนาคารกลางของหลายประเทศชั้นนำโลกที่ต่างปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่านซึ่งกำลังผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น
เมื่อวันพุธ(16 ก.ย.)ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐ(FED) ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของสหรัฐ หลังสถานการณ์เงินเฟ้อยังไม่ดีขึ้น เช่นเดียวกับธนาคารกลางยุโรป(ECB) ที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปก่อนแล้วเมื่อต้นเดือนนี้
ทั้งนี้ BOJ ได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตั้งแต่ปี 2024 หลังจากดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษอยู่ที่ระดับติดลบ 0.1% มานานหลายสิบปี ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่เพิ่มมาก ซึ่งรวมถึงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องจนทางการต้องเข้าแทรกแซง และภาวะราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น ตลอดจนจำนวนแรงงานที่ลดลง
วันเดียวกันทางการญี่ปุ่นยังได้เปิดเผยข้อมูลก่อนที่ BOJ จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศชะลอตัวลงเล็กน้อยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงอยู่ที่ 1.7% ในเดือนสิงหาคม จาก 1.8% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือว่ายังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 2% ของ BOJ

