กำนันตำบลในเกาะกง ถูกตั้งข้อหารับสินบน-ฟอกเงิน เผยใช้ที่ดินของตัวเองตั้งฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์
หน่วยงานต่อต้านการทุจริต (ACU) ยืนยันว่า นายเรียม รอม กำนันตำบลพรึกขสัจ ได้จัดเตรียมสถานที่บนที่ดินของตนเอง เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งหลอกลวงออนไลน์ โดยรับเงินสินบนจากกลุ่มมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ดังกล่าว เป็นเงินกว่า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.66 แสนบาท)
นายออม เยนเตียง ประธานของ ACU อธิบายว่า นายรอม และผู้สมรู้ร่วมคิดซึ่งเป็นตำรวจอีก 2 นาย ได้ช่วยกันจัดหาสถานที่สำหรับปฏิบัติการหลอกลวง โดยรับสินบนจากกลุ่มมิจฉาชีพที่กระจายตัวออกจากศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ เพื่อให้พวกมิจฉาชีพสามารถดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายต่อไปได้ในพื้นที่ของกำนันผู้นี้
BTV รายงานคำกล่าวของนายเยนเตียง ระบุว่า หลังจากที่ทางการในจังหวัดเกาะกง และอำเภอคีรีสาคร ได้สั่งปิดอาคารและศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับการพนันและแก๊งหลอกลวงออนไลน์ นายรอมและผู้สมรู้ร่วมคิด ได้รวบรวมกลุ่มมิจฉาชีพรายย่อย และได้จัดเตรียมพื้นที่บนที่ดินของเขาเอง ให้คนกลุ่มนี้ ซึ่งมีมากกว่า 30 คน เข้ามาใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติการ
นายเยนเตียง อธิบายว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายอำเภอคีรีสาคร ได้นำกำลังบุกค้นสถานที่ดังกล่าว บนที่ดินของนายคอม แต่ปรากฏว่ากำนันและผู้สมรู้ร่วมคิดได้อพยพคนกลุ่มนี้ออกไปก่อนแล้ว ทำให้พวกเขารอดพ้นจากการถูกจับกุม และว่า เงินสินบนก้อนสุดท้ายของหัวหน้าแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน ได้ถูกส่งมอบให้นายเรียม รอม เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เป็นจำนวน 8,050 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการที่นายเรียม รอม จะคอยปกป้องกลุ่มมิจฉาชีพจากการถูกจับกุมตัว
โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน ศาลได้ตั้งข้อหานายรอม และผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 2 คน ในความผิดฐานรับสินบน จัดตั้งศูนย์หลอกลวงโดยใช้เทคโนโลยี และฟอกเงิน หากพบว่ามีความผิดจริง จะต้องโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี



