เดนมาร์ก-สหรัฐ เตรียมเซ็น ข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์ ชี้นาโตร่วมรับผิดชอบภายใต้ดีลนี้
เดนมาร์ก กรีนแลนด์ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก และสหรัฐอเมริกา เตรียมจะลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความมั่นคงของกรีนแลนด์ ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UNGA) ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ ในวันที่ 22 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เดนมาร์กระบุว่าจะทำให้ความมั่นคงในแถบอาร์กติกอยู่ภายใต้การดูแลของนาโต แทนที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสหรัฐและเดนมาร์กแต่เพียงฝ่ายเดียว
“ข้อตกลงดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบที่ความรับผิดชอบด้านความมั่นคงในแถบอาร์กติกไม่ได้เป็นหน้าที่ของเดนมาร์กหรือสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว” นายลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์ก กล่าวกับสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ TV2 เมื่อวันอาทิตย์(20 ก.ย.) และว่า “โดยส่วนใหญ่แล้วนาโตจะเป็นผู้ดูแลความมั่นคงในแถบอาร์กติก”
ต่อมาในวันจันทร์(21 ก.ย.) รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กได้กล่าวกับสำนักข่าว Ritzau โดยปฏิเสธที่จะเปิดเผยเนื้อหาที่อยู่ในข้อตกลงดังกล่าว เพียงแต่กล่าวว่าเราได้กล่าวมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราเปิดกว้างที่จะรองรับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐ
ข้อตกลงความมั่นคงของกรีนแลนด์ซึ่งทั้ง 3 ฝ่ายได้บรรลุความเห็นพ้องกันนั้น ไม่ได้มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ รวมถึงประเด็นที่ว่าข้อตกลงนี้ได้มีการแก้ไขข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศฉบับปี ค.ศ. 1951 ซึ่งถือเป็นพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับการคงกำลังพลของสหรัฐในกรีนแลนด์หรือไม่
ขณะที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวอ้างว่าข้อตกลงนี้ได้ให้อำนาจควบคุมกรีนแลนด์ถาวรแก่สหรัฐ โดยทรัมป์โพสต์บนทรูธโซเชียลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ข้อตกลงนี้ทำให้สหรัฐ”มีอำนาจควบคุมถาวรเหนือความมั่นคงและความต้องการอื่นๆ ทั้งหมดในกรีนแลนด์” และไม่มีศัตรูรายใดของสหรัฐสามารถมีฐานทัพหรือมีกำลังทหารที่นั่นได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากวอชิงตัน
เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อคำกล่าวอ้างนี้ของทรัมป์ เพียงแต่ระบุว่าข้อตกลงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกรีนแลนด์และเคารพอธิปไตยของกรีนแลนด์
การบรรลุข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์เกิดขึ้นหลังจากเดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้เผชิญแรงกดดันจากทรัมป์มาเป็นเวลาหลายเดือนที่ออกมากล่าวว่าสหรัฐควรได้ควบคุมกรีนแลนด์และแม้หลายครั้งทรัมป์จะปฏิเสธถึงการใช้กำลังทางทหารหรืออำนาจทางเศรษฐกิจในการให้ได้ครอบครองกรีนแลนด์ก็ตาม โดยคำขู่ของทรัมป์ได้จุดความตึงเครียดสูงสุดในเดือนมกราคม และทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางการทูตภายในกลุ่มนาโต จนทำให้เดนมาร์กและกรีนแลนด์เข้าสู่การเจรจากับสหรัฐเพื่อลดแรงกดดัน



