ฮูตีรุกคืบใกล้ช่องแคบบับ อัล-มันดิบ ทรัมป์ยกเลิกโจมตีนาทีสุดท้าย หลังซาอุฯ ขอช่วยเหลือ
เดอะการ์เดียนและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 21 กันยายน ว่า กองกำลังฮูตี กำลังรุกคืบเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเยเมนอย่างรวดเร็ว ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังเยเมน ที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย โดยขยับเข้าใกล้พื้นที่โดยรอบช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งอาจทำให้ชายฝั่งทะเลแดงถูกตัดขาด อีกทั้ง ช่องแคบดังกล่าวยังเป็นเส้นทางเดินเรือทางเลือกของซาอุดิอาระเบียเพื่อส่งออกน้ำมันแทนที่ช่องแคบฮอร์มุซด้วย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ สั่งยกเลิกการโจมตีทางอากาศของสหรัฐต่อกลุ่มฮูตีในนาทีสุดท้าย โดยมีรายงานว่า ขณะนั้นระเบิดกำลังถูกลำเลียงขึ้นเครื่องบินเพื่อเตรียมปฏิบัติการ แม้ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย จะขอร้องให้ทรัมป์สั่งให้กองทัพสหรัฐเข้าช่วยยับยั้งการรุกคืบของกลุ่มฮูตีผ่านทางโทรศัพท์ ก็ตาม
มีรายงานว่า ทรัมป์ไม่ต้องการให้สหรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามของซาอุดีอาระเบียในเยเมน แต่หลังจากการสนทนาดังกล่าว เขาสั่งให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐเตรียมความพร้อมสำหรับการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตี ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีและยกเลิกแผนการดังกล่าวในเวลาต่อมา
ทรัมป์ส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนต่อรัฐบาลซาอุดีอาระเบียอยู่บ่อยครั้ง เช่น ระหว่างการเยือนไอร์แลนด์เมื่อต้นเดือน เขาเปิดเผยว่า กลุ่มฮูตีติดต่อมาที่รัฐบาล และกล่าวว่า ไม่ต้องการสู้รบกับสหรัฐ พร้อมบอกว่า กลุ่มฮูตีเปิดให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบด้วย และสถานการณ์กำลังคลี่คลายไปได้ด้วยดี
ทรัมป์กล่าวด้วยว่า ปัญหาของกลุ่มฮูตีจำกัดอยู่ที่ประเทศเดียว ซึ่งคาดว่าเป็นการเอ่ยถึงซาอุดีอาระเบียในทางอ้อม และระบุว่าประเทศดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง
นายราชาด อัล-อาลีมี ประธานสภาวะผู้นำประธานาธิบดีของเยเมน หารือกับทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน และขอให้สหรัฐสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติ ในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตี อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ไม่ได้ให้คำมั่นโดยตรงว่าจะให้การสนับสนุนทางทหารระหว่างการสนทนาดังกล่าว
กลุ่มฮูตีกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศหลายร้อยครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ต่อฐานที่มั่นของกลุ่มฮูตีในเทือกเขาคาห์บูบ ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวแทบไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการทางทหาร พร้อมอ้างว่า ได้ยิงโจมตีกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย โดยมีรายงานว่าพบกลุ่มควันลอยขึ้นใกล้สนามบินหลักของกรุงริยาด
องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า การสู้รบในเยเมนนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ส่งผลให้ประชาชนอย่างน้อย 125,000 คนต้องพลัดถิ่น ซึ่งเมืองตาอีซ เป็นเมืองที่มีผู้พลัดถิ่นจำนวนมากที่สุด โดยมีชาวเยเมนที่ต้องอพยพออกจากถิ่นฐานมากถึง 86,000 คน โดยการสู้รบส่วนมากเกิดขึ้นในบริเวณชานเมืองเขตอัล-วาซิอียะห์ของตาอีซ และพื้นที่ราส อัล-อารา ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่คั่นระหว่างชายฝั่งทะเลแดงกับเมืองเอเดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐบาลเยเมน



