หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์ขึ้นกล่...

ทรัมป์ขึ้นกล่าว UNGA ประกาศขจัดความยากจนสำเร็จ ทำลายอิหร่านยับ พร้อมโวยุติ 8 สงคราม AI ก้าวหน้าเหนือจีน

23.09.26 | 14:00 น.
AP

ทรัมป์ขึ้นกล่าว UNGA ประกาศขจัดความยากจนสำเร็จ ทำลายอิหร่านยับ พร้อมโวยุติ 8 สงคราม AI ก้าวหน้าเหนือจีน


เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงบนเวทีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 81 (UNGA81) โดยกล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้คนทั่วโลกสู่อเมริกา ในห้วงแห่งวาระครบรอบ 250 ปี แห่งเสรีภาพและเอกราชเอกราชอันรุ่งโรจน์ของสหรัฐ สามารถกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า อเมริกากลับมาแล้ว หลังจากที่อุดมการณ์แห่งเสรีภาพบังเกิดขึ้นบนแผ่นดินแห่งนี้ และในวันนี้สหรัฐแข็งแกรงกว่าที่เคยเป็นมา

ทรัมป์กล่าวว่า เศรษฐกิจของสหรัฐเป็นที่น่าอิจฉาของโลก กองทัพของสหรัฐทรงพลังที่สุดในโลก พลังงานของสหรัฐขับเคลื่อนโลกใบนี้ และสหรัฐกำลังก้าวสู่ความเข็งแกร่งมากขึ้น สหรัฐกำลังเติบโต อำนาจของสหรัฐกำลังขยายตัว สหรัฐนั้นเดินหน้าได้ดีกว่าที่เคยเป็นมา และมีอนาคตที่สดใสเป็นอย่างยิ่ง

และกล่าวว่า นับตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลประสบความสำเร็จในการสร้างงานใหม่ในภาคเอกชนมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง และมีจำนวนชาวอเมริกาโดยแท้จริง เป็นผู้ทำงานมากกว่าที่เคยเป็นมาอย่างชัดเจน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประกาศว่าอัตราความยากจนลดลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยเพียงแค่ปีด้วย รัฐบาลสามารถช่วยให้ชาวอเมริกัน 1.5 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน อีกทั้ง อัตราความยากจนในกลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิกก็อยู่ในระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

Advertisement

พร้อมกล่าวว่า รายได้ครัวเรือนที่แท้จริงของชาวอเมริกันพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 87,000 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่ตนเคยทำไว้ในเมื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ตั้งแต่วันแรก ทางรัฐบาลได้ทำงานเพื่อขจัดกฎระเบียบและอุปสรรคที่ไม่จำเป็นทั้งหมดต่อการดำเนินธุรกิจในอเมริกา

ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลได้ผ่านมาตรการลดภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และผลที่ตามมาก็คือ ขณะนี้มีเงินทุนถูกนำมาลงทุนในสหรัฐมากกว่าที่เคยมีการลงทุนในประเทศอื่นๆ ในโลก ตลาดหุ้นสหรัฐสามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 12 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งยังได้รับคำมั่นว่าจะมีการลงทุนใหม่มูลค่า 21 ล้านล้านดอลลาร์จากทั่วโลก ซึ่งในรัฐบาลชุดก่อน มีการลงทุนใหม่ไม่ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ตลอดระยะ 4 ปี และกล่าวว่า เมื่อสองปีก่อน สหรัฐเหมือนคนตาย แต่ในวันนี้ได้กลายเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลก และเคยมีพรมแดนที่เลวร้ายและอันตรายที่สุด แต่ในวันนี้ สหรัฐมีพรมแดนที่มั่นคงและปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา โดยไม่มีใครที่สามารถเข้ามาในสหรัฐได้ เว้นแต่จะได้รับเชิญหรือรับอนุญาต

ทรัมป์กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 16 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายแม้แต่คนเดียวที่ได้เข้าสู่สหรัฐ เป็นศูนย์ ไม่มีแม้แต่คนเดียว ผลที่ตามมาก็คือ เมื่อปีที่แล้ว สามารถลดอาชญากรรมรุนแรงลงได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ อัตราการฆาตกรรมลดลงอย่างรวดเร็ว สู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 125 ปี

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า การท่องเที่ยวของสหรัฐกำลังเฟื่องฟู การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างคึกคัก ผู้คนมีความภาคภูมิใจในระดับที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เพิ่มการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนากองทัพ เป็นตัวเลขที่มากที่สุดในช่วงเวลา 12 เดือนใดๆ ในประวัติศาสตร์ และในวาระนี้ ตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

และกล่าวว่า รัฐบาลได้รับมรดกเป็นยุคมืดของอเมริกาจากรัฐบาลชุดก่อน และเราได้เปลี่ยนมันให้กลายเป็นยุคทองของอเมริก ทั้งโลกกำลังได้รับประโยชน์จากความมั่งคั่ง ความแข็งแกร่ง จิตวิญญาณ และแรงขับเคลื่อนของสหรัฐอเมริกาที่กลับมามีพลังและพลังชีวิตอีกครั้ง และเป็นสหรัฐที่ทรงอำนาจอย่างยิ่ง

“ในฐานะประธานาธิบดีของประเทศที่อัศจรรย์ที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมจะไม่ยอมให้มีอันตรายใดๆ ให้เติบโตได้อีกต่อไป ในขณะที่คนอื่นเอาแต่พูด ผมลงมือทำ ในขณะที่คนอื่นพูดถึงสันติภาพ ผมสร้างสันติภาพ ในขณะที่คนอื่นเพิกเฉยต่อภัยคุกคาม ผมเผชิญหน้ากับมัน ในขณะที่คนอื่นพูดถึงความกล้าหาญ อเมริกาได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญนั้น” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีตัวอย่างใดที่แสดงให้เห็นถึงอันตรายที่ปล่อยให้สะสมกำลังจนกลายเป็นภัยต่อโลกได้ชัดเจนไปกว่าประเทศผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่ง นั่นคือ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

“เป็นเวลา 51 ปีที่ระบอบการปกครองของอิหร่านซึ่งมีแนวคิดสุดโต่งได้ปกครองด้วยการนองเลือดและการสังหารหมู่ แพร่กระจายความตาย การทำลายล้าง และความโกลาหลไปทั่วตะวันออกกลางและพื้นที่อื่นๆ” ทรัมป์กล่าว และระบุด้วยว่า “ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าสู่เวทีการเมือง ผมยืนหยัดในจุดยืนนี้อย่างไม่เปลี่ยนแปลงว่า จะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์”

ทรัมป์กล่าวว่า หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้เปิดการเจรจากับอิหร่านทันที และเสนอความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อแลกกับการยุติโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนการก่อการร้ายของพวกเขา แต่อิหร่านกลับปฏิเสธ ซึ่งนั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ จากนั้นในปฏิบัติการ Midnight Hammer กองทัพสหรัฐทำลายโครงการนิวเคลียร์จนย่อยยับ อยู่ใต้ภูเขาที่กลายเป็นกองซากปรักหักพัง

พร้อมกล่าวว่า หลังจากให้โอกาสอิหร่านในการบรรลุข้อตกลง ตนได้ดำเนินการเพื่อรับประกันว่าทั้งสหรัฐและประเทศอื่นๆ ในโลกจะไม่เผชิญกับปัญหาหายนะเช่นนี้อีก ผลจากปฏิบัติการ Epic Fury เรือรบทั้ง 159 ลำของกองทัพเรืออิหร่านขณะนี้จมอยู่ก้นทะเล เช่นเดียวกับกองทัพอากาศที่ถูกทำลายจนสิ้นซาก อีกทั้งเรดาห์ ตลอดจนระบบต่อต้านอากาศยานของอิหร่านก็ถูกทำลายขีดความสามารถในการผลิตขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านถูกทำลายเกือบจนหมดสิ้น

และกล่าวว่า เศรษฐกิจของอิหร่านก็พังนาศ สิ่งเดียวที่ยังไม่หายไปคือเงินเฟ้อ ซึ่งในขณะนี้สูงกว่า 300% แล้ว ทั้งนี้ กองทัพเรือสหรัฐได้ปฏิบัติการคุ้มกันน้ำมันกว่า 1 พันล้านบาร์เรลออกจากช่องแคบฮอร์มุซ และปัจจุบันมีน้ำมันไหลผ่านมากกว่าช่วงใด ๆ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยสามารถนำเรือออกไปวันละ 22, 25, 30, 32 และ 37 ลำตามลำดับ ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

“ขอเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกับสหรัฐในการคว่ำบาตรอิหร่าน จนกว่าจะยุติการโจมตีเรือพาณิชย์ ละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์และเลิกสนับสนุนการก่อการร้าย” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์ระบุว่า ตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่ง ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สามารถยุติสงครามได้ 8 ครั้ง โดยสงครามจำนวนมากในบรรดาสงครามเหล่านี้ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีหรือหลายทศวรรษ ในบรรดาข้อตกลงเหล่านั้น ได้แก่ กัมพูชาและไทย โคโซโวและเซอร์เบีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและรวันดา ปากีสถานและอินเดีย อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน และแน่นอน สงครามในกาซา

และกล่าวว่า สหรัฐยังได้บรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพรมแดนทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ นั่นคือดินแดนขนาดใหญ่และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งที่เรียกว่า กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นความตกลงร่วมกับเดนมาร์ก ทำให้สหรัฐมีอำนาจควบคุมในด้านความมั่นคงอย่างถาวร  โดยจะสามารถในการดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องทวีปอเมริกา รวมถึงยุโรปและพื้นที่อื่นๆ อย่างเต็มที่ และจะไม่มีคู่แข่งของสหรัฐรายใดที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งกำลังทหาร หรือลงทุนที่มีความอ่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว หากไม่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากสหรัฐ

ทรัมป์กล่าวว่า จะเริ่มกระบวนการจัดตั้งกำลังทหารขนาดใหญ่ในกรีนแลนด์ทันที โดยจะมีการสร้างฐานทัพทหารขนาดใหญ่ 2 แห่ง ซึ่งข้อตกลงนี้จะลงนามกันในภายหลังวันนี้

ทรัมป์กล่าวว่า องค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ลังทำสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะสามารถทำได้ รวมถึงการเพิ่มตัวเลขการใช้จ่ายจาก 2% เป็น 5% นอกจากนั้น สหรัฐยังลดงบประมาณของสหประชาชาติเป็นครั้งแรก โดยลดลง 15% ในปี 2026 และยกเลิกตำแหน่งงานในระบบราชการของสหประชาชาติมากกว่า 4,000 ตำแหน่ง แม้สหประชาชาติมีศักยภาพอย่างมาก แต่ต้องหยุดผลักดันวาระทางการเมืองฝ่ายซ้ายจากกลุ่มคนที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน

พร้อมกล่าวว่า สหรัฐะไม่มีวันยอมให้ทหารสหรัฐ  หรือบุคคลอื่นใดถูกสอบสวนหรือถูกนำเข้าสู่การพิจารณาคดีที่จัดฉากโดยศาลที่ต่อต้านอเมริกาและไม่มีเขตอำนาจเหนือเรา หรือโดยกลุ่มคนที่ชั่วร้าย ขอเรียกร้องให้ทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ลาออกจากสถาบันแห่งนี้ทันที

ทรัมป์กล่าวว่า เทคโนโลยีใหม่ที่สำคัญทุกอย่างล้วนมาพร้อมกับความท้าทาย และ superintelligence ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ประเทศที่มีชัยชนะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเป็นผู้นำด้าน superintelligence จะเป็นฝ่ายที่ชนะในท้ายที่สุด และในตอนนี้ สหรัฐกำลังนำหน้าจีนและประเทศอื่นๆ ไปมาก