หน้าแรก ต่างประเทศ มหามิตร? ทรัม...

มหามิตร? ทรัมป์แหกธรรมเนียม ต้อนรับสีที่สนามบิน ต่อเวลาพักรบการค้าทันที 2 เดือน

24.09.26 | 08:06 น.
Reuters

มหามิตร? ทรัมป์แหกธรรมเนียม ต้อนรับสีที่สนามบิน ต่อเวลาพักรบการค้าทันที 2 เดือน


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินทางมารอต้อนรับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่เดินทางมาถึงกรุงวอชิงตันในวันที่ 23 กันยายนด้วยตนเอง โดยทรัมป์และภรรยามายืนรอต้อนรับประธานาธิบดีสีและภรรยาบนพรมแดงที่ปูบนลานจอดเครื่องบินข้างเครื่องบินของประธานาธิบดีจีน ที่ฐานทัพอากาศแมริแลนด์ ซึ่งใช้สำหรับการเดินทางของเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

ตามรายงานของ C-SPAN ซึ่งติดตามกิจกรรมของประธานาธิบดีระบุว่า การต้อนรับดังกล่าวถือเป็นการแหวกธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูต และยังถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาต้อนรับผู้นำต่างชาติที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส นับตั้งแต่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในปี 2015

ผู้นำทั้งสองยิ้มแย้ม จับมือ และพูดคุยกันเพียงไม่กี่นาที ในการเริ่มต้นการเยือนสหรัฐเป็นเวลา 3 วันครั้งแรกของผู้นำจีนในรอบเกือบ 3 ปี วงดนตรีทหารบรรเลงเพลง และปืนใหญ่ยิงสลุตเพื่อเป็นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในพิธีต้อนรับ ขณะที่ทรัมป์สะดุ้งเมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 บินผ่านเหนือศีรษะด้วยเสียงดังก้อง ก่อนที่ผู้นำทั้งสองก็แยกย้ายกันไป เพื่อเตรียมเข้าร่วมหารือที่กำหนดไว้ในวันพฤหัสบดี

Advertisement

ด้านนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า เขาและรองนายกรัฐมนตรีจีน เหอ หลี่เฟิง ตกลงที่จะขยายเวลาการพักรบทางการค้าซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 10 พฤศจิกายน ออกไปอีกสองเดือน จนถึงวันที่ 10 มกราคม แต่สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันยังไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อประเด็นดังกล่าวในทันที

คาดว่าในการเยือนครั้งนี้ ประเด็นความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทั้งสองเกี่ยวกับการค้า เทคโนโลยี และอิหร่าน จะถูกหยิบยกขึ้นหารือ แต่ความคาดหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงใดๆ หรือมีก้าวหน้าครั้งสำคัญในระหว่างการเยือนของสีนั้นมีน้อยมาก ทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น ตั้งแต่ไต้หวัน ยาเสพติด และแร่ธาตุหายาก

แหล่งข่าวระบุว่า มีแนวโน้มที่สีจะหยิบยกประเด็นการอ้างสิทธิของตนเหนือไต้หวันอย่างหนักแน่นขึ้นมา ซึ่งเป็นหัวข้อที่สหรัฐต้องการหลีกเลี่ยง ในขณะที่ทรัมป์น่าจะคงมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐอย่างเข้มงวดต่อไป แม้ว่าสีจะคัดค้านก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การหารือในวันพฤหัสบดีอาจนำไปสู่ข้อตกลงบางประการ อาทิ การลดภาษีสำหรับสินค้าหรือภาคอุตสาหกรรมบางประเภท ความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติด และขยายการหารือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ

แหล่งข่าวระบุว่า คาดว่าทรัมป์จะขอให้จีนปล่อยตัวชาวอเมริกันบางคน รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวในจีน โดยทั้งสองประเทศอาจตกลงที่จะหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นสาขาที่ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ในขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงอันตรายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทรัมป์ ซึ่งกำลังเผชิญกับคะแนนนิยมที่ลดลงท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อสงครามกับอิหร่าน ในขณะที่สี แม้จะเผชิญกับความท้าทายภายในประเทศเช่นกัน แต่ก็มาเยือนด้วยสถานะที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่า โดยภาคการค้าของจีนกำลังขยายตัวอย่างมาก

เอ็ดการ์ด คาแกน อดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวซึ่งปัจจุบันทำงานให้กับศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ในกรุงวอชิงตันกล่าว ทรัมป์เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าเมื่อเวลาผ่านไป เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตและสหรัฐจะแข็งแกร่งขึ้น แต่เมื่อสีนั่งหารือกับทรัมป์ เขากลับเชื่อมั่นว่าสหรัฐกำลังเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว และเวลาเป็นฝ่ายที่เข้าข้างจีน

นอกเหนือจากพิธีการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่แล้ว กำหนดการเยือนของสียังรวมถึงงานเลี้ยงอาหารค่ำในฐานะรัฐพิธี ซึ่งจะมีบุคคลสำคัญจากแวดวงเทคโนโลยีเข้าร่วม พิธีต้อนรับทางทหารที่ทำเนียบขาวซึ่งจะมีเครื่องบินรบบินผ่าน และการเยือนหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาเอกสารต้นฉบับของคำประกาศอิสรภาพและรัฐธรรมนูญสหรัฐ

งานเลี้ยงอาหารค่ำในวันพฤหัสบดีคาดว่าจะมีผู้บริหารบริษัทที่มีความสำคัญต่อตลาดของทั้งสองประเทศเข้าร่วม เช่น ทิม คุก ผู้บริหารบริษัทแอปเปิล เจนเซน หวง ผู้บริหารบริษัทอินวิเดีย และแซม อัลต์แมน ผู้บริหารบริษัทโอเพนเอไอ

แม้จะมีความเห็นต่างกันอย่างมาก แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงเดินหน้าจัดการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงภาพลักษณ์ของเสถียรภาพระหว่างประเทศที่เป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับประเทศที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก

เช่นเดียวกับการพบกันสองครั้งก่อนหน้านี้ ผู้นำทั้งสองวางแผนที่จะจัดกิจกรรมต่อหน้าสาธารณชนที่มีการเตรียมการและกำหนดรูปแบบไว้อย่างชัดเจน แทนที่จะมีการแถลงข่าวหรือออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม คาดว่าแต่ละประเทศจะออกแถลงการณ์แยกกันเพื่อเน้นย้ำประเด็นที่ต่างฝ่ายต้องการสื่อสารกับประชาชนในประเทศ

คาดว่าทรัมป์และสี จิ้นผิง จะมีการพบกันอีกครั้งในปีนี้ โดยอาจเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (APEC) ที่ประเทศจีนในเดือนพฤศจิกายน หรือการประชุมกลุ่ม G20 ที่สหรัฐอเมริกาในเดือนธันวาคม