หน้าแรก ต่างประเทศ สุดย้อนแย้ง! ...

สุดย้อนแย้ง! ‘ลี ยงพัด’ หนุนเขมรปราบสแกมเมอร์ ทั้งที่ถูก ปปง.ไทยออกหมายจับเพราะเอี่ยวแก๊งคอล

24.09.26 | 11:35 น.
ลี ยงพัด

สุดย้อนแย้ง! ‘ลี ยงพัด’ หนุนมาตรการปราบสแกมเมอร์ของกัมพูชา ทั้งที่ถูก ปปง.ไทยแจ้งข้อหาฟอกเงิน-อายัดทรัพย์ ออกหมายจับ เพราะเอี่ยวแก๊งคอล

พนมเปญโพสต์ รายงานว่า นายลี ยงพัด สมาชิกวุฒิสภาและนักธุรกิจชาวกัมพูชา ได้ออกมาให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการรณรงค์ของรัฐบาลกัมพูชา ในการกำจัดการฉ้อโกงทางออนไลน์ โดยกล่าวว่า การฉ้อโกงผ่านเทคโนโลยี ถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติร้ายแรงที่คุกคามประชาชน ธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย และชื่อเสียงของกัมพูชาในระดับนานาชาติ


โดยนายยงพัด กล่าวว่า เขาให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และไม่มีเงื่อนไขต่อมาตรการที่เด็ดขาดของรัฐบาลในการปราบปรามและกำจัดสถานที่และเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงผ่านเทคโนโลยีในกัมพูชาอย่างถาวร

นายยงพัด ประกาศด้วยว่า จะไม่ยอมรับการกระทำผิดใดๆทั้งสิ้น ต่ออาชญากรรมการฉ้อโกงออนไลน์ โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ และแสดงการสนับสนุนการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้น 2 วันที่กรุงพนมเปญ และเปิดงานไปวันแรกเมื่อวันที่ 23 กันยายน โดยมีนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นประธาน

นายยงพัด กล่าวว่า อาชญากรรมดังกล่าว ถือเป็นอันตรายต่อประชาชน ทำลายสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายของกัมพูชา บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำลายชื่อเสียงของประเทศ

Advertisement

และในฐานะที่เขาเป็นนักธุรกิจและนักลงทุนชาวกัมพูชา เขาแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องประชาชน รักษาชื่อเสียงของประเทศ และมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตดิจิทัลที่สะอาดบริสุทธิ์

พนมเปญโพสต์ ระบุว่า คำมั่นสัญญาของนายยงพัตนั้น สะท้อนถึงข้อความสำคัญจากการกล่าวสุนทรพจน์ของนายฮุน มาเนต ที่กล่าวในการเปิดงานว่า กัมพูชาจะไม่ยอมเป็นที่หลบภัยสำหรับมิจฉาชีพออนไลน์ จะไม่ยอมให้กลุ่มอาชญากรรมทำลายความก้าวหน้าของประเทศและวิถีชีวิตของชาวกัมพูชากว่า 17 ล้านคน

โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังประกาศว่า ได้กวาดล้างฐานปฏิบัติการแก๊งต้มตุ๋นขนาดใหญ่ทั้งหมดในกัมพูชาแล้ว แม้ว่าจะมีคำเตือนว่ากลุ่มอาชญากรเหล่านี้กำลังพยายามรวมตัวกันใหม่เพื่อดำเนินงานในรูปแบบที่เล็กลงและกระจายตัวออกไป

ซึ่งนายยงพัด ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนปฏิบัติการนี้อย่างเปิดเผยถือเป็นเรื่องที่มีนัยสำคัญส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายยงพัดได้ปฏิเสธรายงานของสื่อไทยที่ระบุว่า เขาและธุรกิจของเขา มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมทางไซเบอร์และการฟอกเงิน

โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา นายยงพัด ได้ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า ทางการไทยได้เข้าตรวจค้นสถานที่ 36 แห่ง และอายัดทรัพย์สินมูลค่า 400 ล้านบาท หลังจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์

นายยงพัด ชี้แจงว่า เขาประกอบธุรกิจกาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมายมานานกว่าสองทศวรรษ และได้ปล่อยเช่าอาคารบางส่วนให้กับบุคคลภายนอก หลังจากที่ธุรกิจต้องปิดตัวลงในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยเขายืนยันว่า ไม่ได้ทำธุรกิจกับศูนย์สแกม และสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตของกัมพูชามาโดยตลอด

ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2025 นายลี ยงพัด หรือ ชื่อไทยว่า พัด สุภาภา สมาชิกวุฒิสภาและนักธุรกิจชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนและไทยเกาะกง เจ้าของบริษัทแอลวายพีกรุ๊ป (LYP Group) ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ของไทย แจ้งว่า เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในเครือข่ายสแกมเมอร์ รีสอร์ตโอเสม็ดกาสิโน ที่ตั้งอยู่ฝั่งกัมพูชา ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเซอร์ ซึ่ง สำนักงาน ปปง. ได้อายัดทรัพย์นายพัด เฉพาะในประเทศไทยไปแล้วประมาณ 70 ล้านบาท

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ตำรวจไซเบอร์ และ ปปง. ของไทย ได้ปูพรมตรวจค้น 36 จุด ในพื้นที่ กทม.และจ.ตราด เพื่อตรวจค้นอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายของนายยงพัด หลังจากมีการออกหมายจับนายยงพัด และเครือข่ายอีก 4 คน ความผิดฐาน สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ให้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน