น้ำมันผันผวนหนัก ปรับขึ้น 3 % หลังฮูตียิงขีปนาวุธถล่มซาอุฯ ก่อนลดรับข่าวมะกันถกอิหร่าน เรื่องเปิดฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นประมาณ 3% แตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ หลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีต่อซาอุดีอาระเบียทำให้ตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันจะหยุดชะงัก
การซื้อขายน้ำมันอย่างผันผวนหนัก และราคาน้ำมันลดลงจากระดับที่สูงสุดของวัน หลังมีรายงานว่าสหรัฐและอิหร่านได้หารือกันเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยราคาน้ำมันเบรนท์ลดลง 0.82% มาปิดที่ 105.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสลดลง 1.54% มาอยู่ที่ 93.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่ตลาดตราสารหนี้เผชิญแรงกดดันอีกครั้งในวันพฤหัสบดี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี หลังราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกลับมาจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 2.51 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.92% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญของตลาด เพิ่มขึ้น 8.17 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 5.196% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 7.96 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 5.4816% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004
เจนนาดี โกลด์เบิร์ก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ TD Securities กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลัง และการออกตราสารหนี้ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้น่าจะได้รับแรงซ้ำเติมจากสถานะการลงทุนของนักลงทุน หลังราคาน้ำมันกลับมาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวในวันพฤหัสบดีเกิดขึ้นหลังตลาดพันธบัตรถูกเทขายอย่างหนักในวันพุธ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงความปั่นป่วนจากมาตรการภาษีในเดือนเมษายน 2025 สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดยข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าราคาที่ภาคธุรกิจต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีในเดือนนี้
เจ้าหน้าที่ของ Fed สองรายกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า Fed มีแนวโน้มว่าจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงเกินกว่าที่ยอมรับได้
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ พบว่าความต้องการซื้อพันธบัตรในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 7 ปี มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดีอยู่ในระดับปานกลาง หลังจากการประมูลพันธบัตรอายุ 5 ปี มูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์เมื่อวันพุธได้รับความสนใจค่อนข้างน้อย
ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐเผยว่าได้ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุคงเหลือ 20–30 ปี มูลค่า 4.078 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการซื้อคืนพันธบัตรอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยสนับสนุนสภาพคล่องในตลาด โดยในการดำเนินการครั้งนี้มีพันธบัตรมูลค่ากว่า 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์ถูกเสนอขาย โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังสหรัฐเคยระบุไว้ว่าจะซื้อคืนพันธบัตรได้สูงสุด 6 พันล้านดอลลาร์
การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น ดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.31% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq Composite แทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันดังกล่าว หลังจากที่ Nasdaq เคยขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร ส่วนดัชนี MSCI World ลดลง 0.29% ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปลดลง 0.55%
นักลงทุนกังวลว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นอาจทำให้การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสะดุด เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมจะสูงขึ้น และนักลงทุนอาจโยกเงินออกจากหุ้นไปลงทุนในพันธบัตรแทน
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดหุ้นอ่อนตัวลงในวันพฤหัสบดี นักวิเคราะห์บางรายมองว่าเงื่อนไขทางการเงินโดยรวมยังคงเอื้อต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นที่มีความยืดหยุ่น และไม่มีข้อมูลใดบ่งชี้ว่านโยบายการเงินในขณะนี้อยู่ในภาวะตึงตัว
ราคาทองคำในตลาดสปอตลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 4,274.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์




