‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำชื่นมื่น แขกระดับซีอีโอบิ๊กเทคฯร่วมงานคับคั่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์ และเอพี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ ต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องอีสต์รูม ในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสองประเทศที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา และเน้นเชิงสัญลักษณ์มากกว่าสาระสำคัญ และไม่มีสัญญาณการบรรลุข้อตกลงในประเด็นที่ยากลำบาก อย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) การค้า ไต้หวัน และเรื่องสงครามกับอิหร่าน

ข่าวระบุว่า ผู้นำสหรัฐและผู้นำจีน พร้อมภริยาของทั้งสอง ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงสวมชุดราตรี ที่มีการเสิร์ฟปลากะพงขาวเคลือบยา ขณะที่รายชื่อแขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

โดยทรัมป์ สวมชุดทักสิโด ส่วนเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลข 1 ระบุว่า เธอเลือกสวมชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทักสิโด เป็นเสื้อเชิร์ต ผ้าคอตตอนป๊อปลิน สีขาว จาก Saint Laurent รวมถึงผ้าคาดเอวผ้าไหมสีดำและกางเกงผ้าโบรเคดสีดำลายดอกโบตั๋นจาก Dolce & Gabbana ทางด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เลือกสวมชุดสูทสีดำ ขณะที่ภริยาคือ เผิง ลี่หยวน สวมชุดราตรีสีแดง สำหรับห้องอีสต์รูมซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงมื้อค่ำนั้น มีการจัดแสงไฟสลัวและตกแต่งโต๊ะอาหารอย่างหรูหราด้วยโทนสีแดงและสีทอง

ขณะที่นอกประตูทำเนียบขาว มีกลุ่มผู้ประท้วงที่ตะโกนคำขวัญดังๆ เช่น “จีนออกไปจากฮ่องกง” ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้ยินอย่างชัดเจน ขณะที่พวกเขากำลังถ่ายรูปบนบันไดทำเนียบขาวที่ปูพรมแดง
โดยในการกล่าวต้อนรับในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ทรัมป์กล่าวว่า ตัวเขาและนายสี “ต่างเข้าใจว่าเราเป็นตัวแทนของระบบที่แตกต่างกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของเรายังคงอยู่ และเราไม่เคยเข้ากันได้ดีเท่านี้มาก่อน”

จากนั้น ทรัมป์ ได้เชิญแขกในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ไปเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างห้องบอลรูมใหม่ ที่กำลังสร้างอยู่ใกล้ๆ หลังจากที่พานายสีไปชมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่เขาสร้างขึ้นในบริเวณทำเนียบขาวไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ซึ่งโครงการก่อสร้างเป็นกิจกรรมที่ประธานาธิบดีมักให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของวอชิงตันเป็นอย่างมาก
โดยในการกล่าวสุนทรพจน์หลังการเดินทางมาถึงของสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทรัมป์เน้นย้ำถึง “มิตรภาพอันยิ่งใหญ่” กับสี จิ้นผิง มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่ความแตกต่างทางนโยบาย และกล่าวว่าทั้งสองมหาอำนาจได้ก้าวหน้าไปมากในด้านการค้าตั้งแต่การเยือนจีนของเขาในเดือนพฤษภาคม
ขณะที่สี จิ้นผิง กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง และการแข่งขันระหว่างกันควรเป็น “การแข่งขันที่ดี” บริษัทของสหรัฐฯ ยินดีต้อนรับในจีน เขากล่าวเสริมว่า เขาหวังว่า “บริษัทของจีนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมที่นี่ในสหรัฐอเมริกา” และว่า กองทัพทั้งสองควรมีการเจรจาอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับปรุงการป้องกันวิกฤต

นาย สี จิ้นผิง บอกว่า เขาและทรัมป์ ได้หารือกันอย่างละเอียด และบรรลุความเข้าใจร่วมกันในหลายประเด็น ซึ่งให้แนวทางเชิงกลยุทธ์ใหม่ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ แต่นายสีไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม บอกเพียงว่า จีนและสหรัฐต้องทำหน้าที่ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศมหาอำนาจมีแนวทางใหม่ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ข่าวระบุว่า การประชุมสุดยอดครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองเนื่องจากจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ในขณะที่ผู้นำโลกจำนวนมากอยู่ในนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ เอไอ และในขณะที่ทรัมป์กำลังดิ้นรนเพื่อยุติสงครามที่รัฐบาลของเขาและอิสราเอล เริ่มต้นกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความนิยมของเขาในขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนใกล้เข้ามา
ตามรายงานของสำนักข่าวทางการจีน ระบุว่า ระหว่างการหารือทวิภาคีในช่วงบ่ายนั้น ประธานาธิบดีสี ยังได้เรียกร้องให้สหรัฐคัดค้านการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า สี จิ้นผิง จะกดดันทรัมป์ในสัปดาห์นี้ให้ระงับการขายอาวุธให้ไต้หวัน หลังจากการเยือนจีนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ระงับแพคเกจอาวุธมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับไต้หวัน และเรียกมันว่า “เป็นไพ่ต่อรองที่ดีมาก”
โดยการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนวอชิงตันครั้งแรกของ สี จิ้นผิง ในรอบกว่าทศวรรษ และเป็นการพบปะกันครั้งที่ 2 ในปีนี้ ระหว่างผู้นำสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก
สำหรับทรัมป์ ผู้ชื่นชอบพิธีการและให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ที่มีต่อผู้นำประเทศมหาอำนาจ การเยือนครั้งนี้ถือเป็นเรื่องของเกียรติภูมิระดับชาติพอๆ กับการเป็นโอกาสสำหรับการดำเนินงานทางการทูตที่มีเดิมพันสูง

สำหรับรายชื่อแขกในงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน ประกอบด้วยซีอีโอชื่อดังมากมาย เช่น ทิม คุก จากแอปเปิล , เจฟฟ์ เบโซส จากแอมะซอน , ซุนดาร์ พิชัย จากอัลฟาเบต , แซม อัลต์แมน จากโอเพ่นเอไอ , อีลอน มัสก์ จากเทสลา , มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก จากเมต้า และ เจนเซ่น หวง จากเอ็นวิเดีย ซึ่งแม้จะมีบุคคลสำคัญมากมายเช่นนี้ แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับแผนการของสหรัฐ กล่าวว่า ทรัมป์ น่าจะยังควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐ อย่างเข้มงวดต่อไป แม้ว่า สี จิ้นผิง ต้องการให้ผ่อนคลายมาตรการเหล่านั้นก็ตาม








