หน้าแรก ต่างประเทศ สตาร์บัคส์ เต...

สตาร์บัคส์ เตรียมปิดสาขา 250 แห่งในอเมริกาเหนือสัปดาห์นี้ แบกต้นทุนปรับโครงสร้างหมื่นล้าน

25.09.26 | 11:44 น.
(AP Photo/Gene J. Puskar, File)

สตาร์บัคส์ เตรียมปิดสาขา 250 แห่งในอเมริกาเหนือสัปดาห์นี้ แบกต้นทุนปรับโครงสร้างหมื่นล้าน

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 25 กันยายนว่า สตาร์บัคส์ (Starbucks) มีแผนที่จะปิดสาขา 250 แห่ง ในภูมิภาคอเมริกาเหนือภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการปิดสาขาครั้งใหญ่ระลอกที่ 2 ภายใต้การนำของ ไบรอัน นิคคอล ประธานและซีอีโอของสตาร์บัคส์ ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2024 โดยเมื่อปีที่แล้ว สตาร์บัคส์ ได้ปิดสาขาไปแล้ว 627 แห่งในอเมริกาเหนือและยุโรป


ไมค์ แกรมส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หรือ ซีโอโอ ของสตาร์บัคส์ ระบุในจดหมายถึงพนักงาน เมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า สาขาที่ถูกเลือกให้ปิดตัวลงนั้น เป็นสาขาที่ผลประกอบการทางการเงินไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่น่าพอใจ หรือไม่สามารถมอบประสบการณ์ในแบบที่สตาร์บัคส์ต้องการมอบให้แก่ลูกค้าและพนักงานได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ระบุรายละเอียดว่า สาขาใดบ้างที่จะปิดให้บริการ หรือมีจำนวนสาขาในสหรัฐรวมอยู่กี่สาขา

ขณะที่สหภาพแรงงาน Starbucks Workers United ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานสาขาของสตาร์บัคส์ในสหรัฐ จำนวน 700 แห่ง ที่ได้ลงมติจัดตั้งสหภาพแรงงาน เปิดเผยว่า มีร้านที่เป็นสมาชิกของสหภาพจำนวน 20 สาขา รวมอยู่ในกลุ่มร้านค้า 250 แห่งที่กำลังจะถูกสั่งปิด ซึ่งคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของสาขาทั้งหมด ทั้งนี้ พนักงานของร้านสตาร์บัคส์ ได้เริ่มลงมติจัดตั้งสหภาพแรงงานมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 แต่จนถึงขณะนี้ ทางสหภาพและบริษัทยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมด้านแรงงานกันได้

Advertisement

แกรมส์ กล่าวว่า สตาร์บัคส์ ยังคงเดินหน้าปรับปรุงสาขาในอเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีบรรยากาศที่อบอุ่นและน่านั่งยิ่งขึ้น โดยบริษัทคาดว่าจะดำเนินการปรับปรุงสาขาให้แล้วเสร็จจำนวน 1,500 แห่ง ภายในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณของสตาร์บัคส์

แกรมส์ ระบุในจดหมายว่า “ความคืบหน้าดังกล่าวช่วยให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของร้านกาแฟแต่ละแห่ง แม้ว่าร้านส่วนใหญ่จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตในภาพรวม แต่ร้านบางแห่งก็ยังคงมีผลประกอบการต่ำกว่าเกณฑ์ แม้ว่าพวกคุณทุกคนจะทุ่มเททำงานหนักและมีความมุ่งมั่นก็ตาม”

โดยแกรมส์ ยืนยันว่า สตาร์บัคส์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายสาขาในอเมริกาเหนือต่อไป โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน บริษัทมีสาขาเปิดให้บริการในภูมิภาคนี้จำนวน 18,371 แห่ง
ขณะที่สตาร์บัคส์ ระบุว่า จะดำเนินการย้ายพนักงานจากสาขาที่ถูกปิด ไปยังสาขาอื่น หากเป็นไปได้ หรือจะมอบเงินชดเชยให้ในกรณีที่ไม่สามารถจัดสรรตำแหน่งงานในสาขาอื่นให้แก่พนักงานคนดังกล่าวได้ โดยกลุ่ม Starbucks Workers United แจ้งเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า จะยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อขอข้อมูลจากสตาร์บัคส์ เกี่ยวกับแผนการปิดสาขา และจะดำเนินการเจรจาต่อรองในทุกสาขาที่มีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน

นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ ยังได้ปรับลดจำนวนพนักงานในส่วนงานสำนักงานใหญ่ โดยบริษัทได้เลิกจ้างพนักงานที่ไม่ใช่พนักงานหน้าร้าน จำนวน900 คน เมื่อครั้งปิดสาขาไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เลิกจ้างพนักงานในสำนักงานใหญ่อีก 300 คน พร้อมทั้งปิดสำนักงานบางแห่งในสหรัฐที่มีการใช้งานน้อย

สตาร์บัคส์ ระบุว่า จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรเป็นมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 หมื่นล้านบาท) จากการปิดสาขารอบนี้ โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับยกเลิกสัญญาเช่าและการจ่ายเงินชดเชยแก่พนักงานที่ต้องการออกจากงาน และอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ตัวเงิน ซึ่งเกิดจากการจำหน่ายและการด้อยค่าของสินทรัพย์ภายในร้านกาแฟ

ทั้งนี้มีรายงานว่า ราคาหุ้นของสตาร์บัคส์ ได้ปรับตัวลงเล็กน้อยไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงการซื้อขายช่วงบ่ายวันที่ 24 กันยายนหลังมีข่าวดังกล่าวออกมา