หน้าแรก ต่างประเทศ นายกฯเนปาลชี้...

นายกฯเนปาลชี้ เหตุน้ำท่วมใหญ่เป็นคำเตือนถึงชาวโลก เรื่องภาวะโลกร้อน วอนนานาชาติบริจาคเงินช่วย 

25.09.26 | 16:44 น.
nepal
(AP Photo/Dar Yasin, File)

นายกฯเนปาลชี้ เหตุน้ำท่วมใหญ่เป็นคำเตือนถึงชาวโลก เรื่องภาวะโลกร้อน วอนนานาชาติบริจาคเงินช่วย

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายบาเลนดรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมากในประเทศเนปาลเมื่อเร็วๆนี้ เป็นการเตือนโลกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังคงสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุของวิกฤต แต่กลับเป็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในขณะนี้


นายชาห์ นายกฯเนปาล กล่าวว่า “ภัยพิบัติเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมระดับท้องถิ่น แต่มันคือคำเตือนถึงชาวโลก และในวันนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านทั้งหลายว่า ท่านได้รับฟังคำเตือนนั้นอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง” และว่า “เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ภายใต้เงาของยอดเขาเอเวอเรสต์ เลขาธิการสหประชาชาติได้เคยเตือนมนุษยชาติถึงความบ้าคลั่งและหายนะทางสภาพภูมิอากาศที่กำลังคืบคลานเข้ามา”

nepal
นายบาเลนดรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล (AP Photo/Frank Franklin II)

นายชาห์ กล่าวว่า “เสียงร่ำไห้จากหลังคาโลกในครั้งนั้น กลับไม่ได้รับความสนใจมากพอ พวกเราในเนปาลได้ยิน ชุมชนของเราได้ยิน นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้ยิน และพวกเขายังได้ย้ำเตือนซ้ำๆ ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่พวกเรา ซึ่งเป็นผู้นำทางการเมือง กลับละเลยที่จะเปลี่ยนคำเตือนเหล่านั้นให้เป็นการลงมือปฏิบัติด้วยความเร็ว และในระดับที่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มเปราะบาง”

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ได้เชื่อมโยงการละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัว อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เข้ากับความไม่มั่นคงของธารน้ำแข็ง ซึ่งบางส่วนได้พังทลายลงและก่อให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,400 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก

Advertisement
nepal
(Nepal Army via AP, File)

นายชาห์ กล่าวว่า เนปาลมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ดักจับความร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ด้วยซ้ำ โดยพลังงานไฟฟ้าประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ของเนปาล มาจากพลังงานน้ำ และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ได้ส่งผลให้คนงานจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ในอุโมงค์

“เราไม่ได้เป็นผู้สร้างวิกฤตนี้ขึ้นมา แต่เรากลับต้องแบกรับราคาที่ต้องจ่ายอย่างมหาศาล” นายชาห์กล่าว และว่า “ธารน้ำแข็งของเรากำลังถดถอย ไหล่เขาของเราเริ่มขาดเสถียรภาพ แม่น้ำของเราคาดการณ์ได้ยากขึ้น และภัยพิบัติใหญ่ทุกครั้ง ได้คุกคามที่จะทำลายความสำเร็จจากการพัฒนาที่สั่งสมมานานหลายปีให้สูญสิ้นไป”

นายชาห์ ในวัย 36 ปี ที่ถือว่าเป็นผู้นำรัฐบาลที่เด็กที่สุดที่ร่วมในการประชุมยูเอ็นปีนี้ บอกว่า ผลกระทบอันน่าสลดใจจากภาวะโลกร้อน เป็นเครื่องเตือนชาวโลกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่แบ่งแยกพรมแดน ธารน้ำแข็ง และน้ำท่วม ไม่ได้เดินทางโดยต้องมีตราประทับ หรือหนังสือเดินทางแต่อย่างใด

nepal
. (AP Photo/Dar Yasin, File)

โดยรอยเตอร์ รายงานว่า นายชาห์ ได้เรียกร้องความช่วยเหลือจากนานาชาติ ในรูปแบบเงินช่วยเหลือ เพื่อช่วย เนปาลในการฟื้นตัวจากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยบอกว่า ความต้องการในการฟื้นฟูและสร้างใหม่ของเนปาลหลังประสบกับเหตุน้ำท่วมใหญ่นั้น คาดว่าจะอยู่ที่ราว 10 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และยืนยันว่า ประเทศเปราะบางไม่ควรถูกบังคับให้กู้ยืมเงินเพื่อฟื้นฟูจากภัยพิบัติทางสภาพอากาศ

“เมื่อภัยพิบัติที่เกิดจากสภาพอากาศทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศยากจน คำตอบไม่สามารถเป็นเพียงแค่การกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลหรือเงินช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเท่านั้น เราต้องการความช่วยเหลือในรูปแบบเงินช่วยเหลือที่เพียงพอจากทั่วโลก”

เอพีรายงานว่า นายชาห์ ไม่ได้ระบุตัวเลขจำนวนเงินช่วยเหลือที่ต้องการ แต่เขาได้วิจารณ์ระบบความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศว่า ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และมีขั้นตอนทางราชการที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินไป ซึ่งรวมถึงกองทุนเพื่อชดเชยความสูญเสียและความเสียหาย ที่มีการตกลงจัดตั้งขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน เพื่อช่วยเหลือประเทศยากจนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำของตนเอง

นายชาห์ กล่าวว่า “เงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศจะต้องไม่กลายเป็นเขาวงกตแห่งระเบียบราชการที่ประเทศกลุ่มเปราะบางต้องใช้เวลาหลายปีในการฝ่าฟันเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น เมื่อบ้านกำลังถูกไฟไหม้ เราคงไม่ขอให้ครอบครัวเจ้าของบ้านกรอกแบบฟอร์มถึง 50 ฉบับ แต่เราจะลงมือช่วยเหลือทันที นั่นคือความหมายของความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศ”

พร้อมกันนี้ นายชาห์ ยังเรียกร้องให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างเนปาล อินเดีย และจีน ในด้านความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเรียกร้องให้มีกลไกเร่งด่วนในเทือกเขาหิมาลัย เพื่อแบ่งปันข้อมูลจากดาวเทียม ตรวจสอบทะเลสาบธารน้ำแข็ง เสริมสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า และประสานงานการตอบสนองต่อภัยพิบัติข้ามพรมแดน

ทั้งนี้ รอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารโลกได้จัดสรรเงินทุนฉุกเฉินสูงสุด 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพื่อช่วยเหลือเนปาลในการรับมือกับภัยพิบัติและเริ่มต้นความพยายามในการฟื้นฟู

ขณะที่ในสัปดาห์นี้ สหรัฐ ได้ประกาศมอบเงินช่วยเหลือแก่เนปาลจำนวน 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่งผลให้ยอดรวมความช่วยเหลือทางการเงินจากสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นน้อยกว่า 1% ของสิ่งที่พวกเขาต้องการ

ทั้งนี้การถล่มของธารน้ำแข็งใกล้ชายแดนระหว่างเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันที่พัดถล่มหุบเขาทางตอนล่าง หลายสัปดาห์ต่อมา ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินอยู่ โดยมีผู้คนมากกว่า 6,000 คนยังคงสูญหายในพื้นที่