สหรัฐ คืนโบราณวัตถุ 11 ชิ้น กลับคืนประเทศไทย
เมื่อวันที่ 29 กันยายน Royal Thai Consulate General NY รายงานว่า “การรับมอบโบราณวัตถุ 11 รายการจากสำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันกลับคืนประเทศไทย”
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ร่วมกับหน่วยปราบปรามการลักลอบค้าโบราณวัตถุ สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน (Antiquities Trafficking Unit,The Manhattan District Attorney’s Office) จัดพิธีรับมอบโบราณวัตถุไทยจำนวน 11 รายการ เพื่อส่งคืนแก่รัฐบาลไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก โดยมี นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เป็นผู้แทนฝ่ายไทยในการรับมอบ และ พันเอก Matthew Bogdanos อัยการและหัวหน้าหน่วยปราบปรามการลักลอบค้าโบราณวัตถุ สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันเป็นผู้แทนสหรัฐฯ ในการส่งมอบ
โบราณวัตถุทั้ง 11 รายการ ประกอบด้วยพระพุทธรูป 5 รายการ พระพิฆเนศ 1 รายการ ภาชนะเครื่องปั้น 4 รายการ และหัวหอกสำริด 1 รายการ ในโอกาสดังกล่าว พันเอก Matthew Bogdanos กล่าวว่า การส่งคืนโบราณวัตถุในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงขบวนการลักลอบการค้าโบราณวัตถุที่ดำเนินการในระดับโลก พร้อมแสดงความขอบคุณต่อทีมงานสอบสวนที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุได้ในที่สุด

ในโอกาสเดียวกัน กงสุลใหญ่สมใจฯ ได้แสดงความขอบคุณสำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน สำหรับความร่วมมือและการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายไทยมาโดยตลอด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการนำโบราณวัตถุอันเป็นมรดก
ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทยกลับคืนสู่ประเทศไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติภารกิจของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในการดูแลและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยในต่างแดน
อนึ่ง โบราณวัตถุทั้ง 11 รายการเป็นส่วนหนึ่งของโบราณวัตถุที่สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันตรวจยึดได้จากการสอบสวนขบวนการลักลอบขุดค้น นำออกนอกประเทศ และซื้อขายโบราณวัตถุโดยมิชอบด้วยกฎหมายจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยโบราณวัตถุดังกล่าวถูกนำเข้ามาในนครนิวยอร์กและนำออกจำหน่ายผ่านแกลเลอรีของนาย Subhash Kapoor ผู้ค้าโบราณวัตถุ
ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าโบราณวัตถุ
การส่งคืนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันได้ส่งคืนโบราณวัตถุให้แก่ประเทศไทย (ครั้งแรกเมื่อปี 2564) มีจำนวนโบราณวัตถุที่ส่งคืนทั้งสองครั้งรวมแล้วทั้งสิ้น 24 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 675,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ และหน่วยงานของไทยในการปกป้องและนำมรดกทางวัฒนธรรมกลับคืนสู่ประเทศที่ถูกลักลอบนำออกมา




