ความสำคัญของการเข้าร่วมGA ในมุมมองผู้แทนถาวรไทยประจำUN
หมายเหตุ : นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ตอบคำถามถึงภาพรวมและความสำคัญในการเข้าร่วมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 (UNGA81) ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน
เราไม่ได้มีการมาเยือนของผู้นำไทยในการประชุม UNGA มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ก่อนอื่นต้องไปดูแนวคิดของการประชุม High-level Week คือต้องการให้ผู้นำมาพูดคุย ชี้แจง ทำความเข้าใจ และร่วมกันสนับสนุนการทูตพหุภาคี แน่นอนว่าหากไทยต้องการเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าไทยเป็นประเทศที่อยู่ในระบอบพหุภาคีมาโดยตลอด หากเราต้องการกลับเข้าอยู่ในแผนที่โลก ไทยต้องการให้มีคนตระหนักรู้ถึงบทบาทของเราเพื่อช่วยกันกำหนดกติกาของโลก การที่ผู้นำจะเข้ามามีส่วนร่วมและถกแถลงในเวที UNGA ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง อันนั้นเป็นเหตุผลที่หนึ่ง
เหตุผลที่สองคือ High-level Week มันไม่ใช่แค่การประชุมไปประชุมในห้องสมัชชาใหญ่หรือไปพูดใน GA อย่างเดียว แต่ยังเป็นโอกาสที่เราได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานต่างๆ ซึ่งจะมีกิจกรรมอย่างเป็นทางการอยู่ 3-4 อันหลักๆ ซึ่งจะเป็นระดับผู้แทนระดับสูงที่เกิดขึ้นใน UN นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมแต่แขนงตามสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุขซึ่งไทยทำได้เป็นอย่างดีหรือเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเราก็มีรัฐมนตรีชัยชนก ชิดชอบ มาเข้าร่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้อย่างเข้มข้นในปัจจุบัน การหารือต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก็คือการนำเอาประเทศไทยเข้าไปอยู่ในองคาพยพของการสนทนา และไม่มีเวทีไหนที่มีการรวมตัวของผู้นำเยอะเท่ากับ UN
เหตุผลที่สาม เราเป็นสมาชิกเก่าแก่ของ UN ถึงไม่ใช่ประเทศผู้ก่อตั้ง แต่ไทยเข้าเป็นสมาชิก UN ไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากการก่อตั้ง ฉะนั้นเราเป็นเสาสำคัญเสาหนึ่งในการค้ำจุนระบบพหุภาคีมาโดยตลอด สิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือแน่นอนว่าผลประโยชน์ของรัฐ สิ่งที่เป็นช่องทางและเป็นเครื่องมือสำคัญคือการทูตทวิภาคี แต่สมัยนี้การทูตทวิภาคีจะเดินไปไม่ได้ถ้าไม่มีโครงสร้างของ UN เป็นหลักมารองรับ
ดังนั้นโดยตัวของมันเอง การที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต่างประเทศเข้ามาอยู่ใน UN ในช่วงนี้ เป็นการที่เราใช้เวทีการทูตพหุภาคีในการเปิดโอกาสให้เราได้การหารือทวีภาคีกับผู้นำหรือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศต่างๆ ซึ่งในครั้งนี้ท่านนายกฯมีการหารือทวิภาคีประมาณ 9 ครั้ง ขณะที่ท่านรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต่างประเทศมีประมาณ 12 ครั้ง ซึ่งถือว่าเยอะมากในเวลาที่จำกัด
ในช่วงไม่กี่วันในเดือนกันยายนที่ยุ่งๆ ในสหรัฐ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการเติมเต็ม 2-3 ประเด็นสำคัญที่ได้พูดมา


