แอปเปิลแพ้คดีสิทธิบัตรระบบสั่น คณะลูกขุนสั่งจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของเทคโนโลยี 1.9 แสนล้าน
บีบีซี รายงานว่า บริษัท แอปเปิล ถูกสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.9 แสนล้านบาท ในการตัดสินของ คณะลูกขุนในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ระบุว่า บริษัท แอปเปิล ได้นำเทคโนโลยีของบริษัทอื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ข่าวระบุว่า บริษัท แทคชั่น เทคโนโลยี (Taction Technology) ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับระบบเสียง ได้ยื่นเรื่องฟ้องแอปเปิล เมื่อปี 2021 โดยอ้างว่า แอปเปิล ได้ละเมิดสิทธิบัตร 2 ฉบับ ที่เกี่ยวกับระบบ Haptics หรือระบบการตอบสนองด้วยการสัมผัส ที่ทำหน้าที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเมื่อมีการใช้งานต่างๆ เช่น การได้รับข้อความ หรือการกดปุ่ม
โดยเทคโนโลยีนี้ ได้ถูกนำไปติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆของแอปเปิล ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน หรือ แอปเปิล วอทช์
อย่างไรก็ตาม ทางแอปเปิล ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการสั่นสะเทือนของแทคชั่น และจะยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินดังกล่าวต่อไป
“แม้เราจะขอบคุณคณะลูกขุนที่ได้พิจารณาคดีนี้ แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อคำตัดสินและจำนวนเงินค่าเสียหายที่กำหนดขึ้นในวันนี้ ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริงใดๆรองรับเลย” แอปเปิล ระบุ และว่า “ระบบ Taptic Engine ของแอปเปิลนั้น มีความแตกต่างโดยพื้นฐานจากเทคโนโลยีของแทคชั่น ซึ่งผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล โดยตัวแทคชั่นเอง ในระหว่างการพิจารณาคดี ก็ได้ยืนยันในเรื่องนี้”
ทั้งนี้ ระบบ Haptics จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับอุปกรณ์ได้โดยการจำลองการสัมผัสหรือความรู้สึกผ่านแรงสั่นสะเทือน
ซึ่งเทคโนโลยีได้กลายเป็นจุดเด่นของอุปกรณ์สมัยใหม่ โดยสมาร์ทโฟน นาฬิกา และเกมต่างๆ ก็มีมอเตอร์ขนาดเล็กที่ทำงานตอบสนองต่อสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะเจาะจง
ขณะที่ระบบ “Taptic Engine” ของแอปเปิล ซึ่งทำหน้าที่สร้างการตอบสนองแบบสั่นสะเทือน (haptic feedback) ในอุปกรณ์ต่างๆนั้น ได้เปิดตัวครั้งแรกในแอปเปิลวอทช์ ปี 2014 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แอปเปิล ก็มีการปรับปรุงระบบพื้นฐานดังกล่าว และขยายขีดความสามารถของระบบ Haptics ในอุปกรณ์ของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แทคชั่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตหูฟังและชุดหูฟังสำหรับเล่นเกม อ้างในปี 2021 ว่า การปรับปรุงเหล่านี้ เป็นการละเมิดสิทธิบัตรที่บริษัทได้รับอนุมัติในปี 2020
โดยในคำฟ้องระบุว่า การสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ดียิ่งขึ้นในอุปกรณ์ ช่วยให้แอปเปิล สามารถยกระดับประสบการณ์การใช้งานโดยรวมของผู้ใช้ได้ ด้วยเหตุนี้ แทคชั่น จึงกล่าวหาว่า แอปเปิล แสวงหาผลประโยชน์จากนวัตกรรมและความสำเร็จของแทคชั่น ด้วยการจำหน่ายอุปกรณ์ที่ละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท
นอกจากนี้ แทคชั่นยังกล่าวหาว่า แอปเปิลได้นำสิ่งประดิษฐ์ของแทคชั่นไปใช้ โดยปราศจากใบอนุญาตหรืออำนาจสิทธิที่ถูกต้อง ซึ่งในปี 2023 ผู้พิพากษาในซานดิเอโก มีคำตัดสินว่า แอปเปิล ไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรของแทคชี่นแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ส่งผลให้มีการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนขึ้นอีกครั้ง ในเดือนกันยายน ที่ศาลแขวงสหรัฐ ประจำเขตทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคณะลูกขุนได้ตัดสินให้แทคชั่นเป็นฝ่ายชนะคดี
ซึ่งในคำตัดสินที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน คณะลูกขุนไม่ได้ระบุว่า แอปเปิลมีเจตนาละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าว
ข่าวระบุว่า คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีความลักษณะเดียวกันมากมายที่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ต้องต่อสู้คดีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในเดือนพฤศจิกายน 2025 ผู้พิพากษาได้สั่งให้ แอปเปิล จ่ายเงินจำนวน 634 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแก่ Masimo บริษัทด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ หลังจากคณะลูกขุนพบว่า แอปเปิลe ละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีการวัดระดับออกซิเจนในเลือด

