UN กังวล ทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ดับ 50
สหประชาชาติ (UN) แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานข่าวที่ระบุว่า เกิดการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมาใกล้ชายแดนประเทศบังกลาเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน โดยผู้บาดเจ็บหลายคนอาการสาหัส
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN กล่าวที่นิวยอร์กว่า ความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นในรัฐยะไข่ของเมียนมา ตอกย้ำให้เห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นอื่น ๆ สามารถเดินทางกลับเมียนมาได้อย่างปลอดภัย เพราะเหตุโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดนี้ ทำให้เห็นภาพความเป็นจริงดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
ดูจาร์ริกยังอ้างถึงถ้อยแถลงของอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการ UN ว่า ท่านเลขาธิการประณามการโจมตีดังกล่าวอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงโดยทันที ปกป้องพลเรือน และปฏิบัติตามพันธกรณีของตนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
กุแตร์เรซยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเปิดทางให้ UN และเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์กลุ่มอื่น ๆ สามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้อย่างปลอดภัย ต่อเนื่อง และปราศจากอุปสรรค
กองทัพอาระกัน ซึ่งกำลังสู้รบกับกองทัพเมียนมาระบุว่า การโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ในเมืองจ่อก์ตอว์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 58 คน โดยตัวเลขดังกล่าวได้รับการยืนยันจากไหว ฮุน อ่อง เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ในพื้นที่
ภาพที่ไหว ฮุน อ่อง เผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่า มีผู้หญิงและเด็กเป็นส่วนหนึ่งของผู้เสียชีวิตจากศพที่มีการเก็บกู้ในเมื่อวันอังคาร
การโจมตีทางอากาศในเมืองจ่อก์ตอว์ถือเป็นการโจมตีลักษณะดังกล่าวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรัฐยะไข่ นับตั้งแต่เหตุระเบิดโจมตีโรงพยาบาลเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย
ไคน์ ทู คา โฆษกกองทัพอาระกัน กล่าวว่า กองทัพเมียนมาจงใจโจมตีทางอากาศต่อตลาด โรงเรียน พลเรือน และอาคารที่พักอาศัยที่มีผู้คนหนาแน่น กองทัพอาระกันจะใช้ทุกวิถีทางที่มีอยู่เพื่อตอบโต้กองทัพเมียนมา รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีและทิ้งระเบิดใส่พลเรือน
แถลงการณ์จากสำนักงานโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่ง UN คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศครั้งนี้จะเพิ่มสูงขึ้น
“มีรายงานว่า การโจมตีเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีผู้คนพลเรือนจำนวนมากอยู่ในและโดยรอบตลาด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนพลุกพล่าน โดยตลาดแห่งนี้มีร้านค้ามากกว่า 200 แห่ง และดำเนินกิจการโดยสมาชิกจากหลายชุมชน ซึ่งรวมถึงชาวยะไข่ ชาวโรฮิงญา ชาวฮินดู ชาวแดงเน็ต และกลุ่มอื่น ๆ” แถลงการณ์ระบุ
โฆษกรัฐบาลเมียนมาไม่ได้ตอบคำร้องขอให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว แต่กองทัพเมียนมาเคยระบุว่า กองทัพใช้ความระมัดระวังอย่างถึงที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พลเรือนได้รับอันตราย
เมียนมาตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองทั่วประเทศนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2564 โดยกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มที่รวมตัวกันเป็นพันธมิตร ซึ่งรวมถึงกองทัพอาระกัน กำลังต่อสู้กับกองทัพเมียนมา
ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100,000 ราย และทำให้ประชาชนมากกว่า 3.5 ล้านคนต้องพลัดถิ่น
ขณะเดียวกันในวันอังคาร มาเลเซียส่งชาวเมียนมาประมาณ 1,500 คนกลับประเทศ ซึ่งเป็นระยะแรกของแผนการส่งกลับประเทศที่มาเลเซียตกลงร่วมกับเมียนมา โดยมาเลเซียระบุว่า การส่งกลับดังกล่าวเป็นไปโดยสมัครใจ แต่แผนการดังกล่าวเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน



