กองทัพมะกันถอนกำลังออกจากอิรัก หวั่นเปิดทาง IS ฟื้นฟูกำลัง
รอยเตอร์รายงานว่า กองกำลังสหรัฐ ถอนกำลังออกจากฐานทัพที่เหลืออยู่ในอิรัก ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า อาจจะทิ้งสุญญากาศด้านความมั่นคง เปิดทางให้กองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านมีอิทธิพลมากขึ้น และเปิดโอกาสให้กลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ซึ่งได้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ฟื้นฟูกำลัง ทั้งนี้ การถอนกำลังดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อตกลงเมื่อปี 2024 สมัยที่นายโจ ไบเดน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น 23 ปี หลังจากที่ฝ่ายสหรัฐโค่นล้มนายซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำเผด็จการของอิรัก พร้อมจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ และทำสงครามปราบปรามการก่อความไม่สงบเป็นเวลาหลายปี โดยต้องเผชิญหน้ากับอัลกออิดะฮ์ จากนั้นจึงได้ถอนกำลังออกจากอิรักในปี 2011 ทั้งนี้ ไม่ถึง 3 ปีต่อมา สหรัฐได้ส่งกำลังกลับเข้าไปในอิรักอีกครั้งเพื่อจัดการกับIS ที่ก้าวขึ้นมาอิทธิพล
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของสงคราม มีทหารสหรัฐเสียชีวิตในอิรัก 4,500 นาย จำนวนชาวอเมริกันที่เสียชีวิตในปฏิบัติการ Operation Iraqi Freedom มีมากกว่าเกือบ 2 เท่าของจำนวนผู้เสียชีวิตในสงครามอัฟกานิสถาน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยสหรัฐได้ถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานอย่างฉับพลับในปี 2021
และในสงครามอิหร่าน มีทหารสหรัฐฯ 7 นายจากทั้งหมด 18 นายที่เสียชีวิตในอิรัก โดยรายล่าสุดเป็นจ่าสิบเอกกองทัพบกซึ่งเสียชีวิตระหว่างการควบคุมการระเบิดทำลายโดรนลำหนึ่งที่ฐานทัพใกล้เมืองอัรบัล เมื่อเดือนกรกฎาคม
แม้ว่าการถอนกำลังของสหรัฐในครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชาวอิรัก แต่ก็มีความกังวลว่า กองกำลังของอิรัก ซึ่งได้รับการฝึกและสนับสนุนด้านงบประมาณจากสหรัฐ ยังคงไม่สามารถปกป้องประเทศได้อย่างเต็มที่ จัสซิม อัล-บาฮัดลี นักวิเคราะห์ชาวอิรักซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับกองกำลังความมั่นคง กล่าวว่า บทเรียนจากช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาคือ สุญญากาศด้านความมั่นคงอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่ง

