หน้าแรก ต่างประเทศ ปากแจ๋ว! น้อง...

ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม

30.09.26 | 14:12 น.
คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ทางการเปียงยางออกมาตอบโต้ว่าเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” กรณีที่เกาหลีใต้อ้างการสอบสวนพบว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหาร (DMZ) ที่กั้นพรมแดนระหว่างสองเกาหลี ได้เกิดระเบิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน เป็นผลให้มีทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ


คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกถ้อยแถลงผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อทางการกล่าวหาเกาหลีใต้ว่าพยายามสร้างหลักฐานเท็จ หลังกล่าวโทษเปียงยางเรื่องเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในเขตปลอดทหารเมื่อสัปดาห์ก่อน

“มันต่ำช้าและสกปรกเกินไป สมกับความเป็นเผ่าพันธุ์เกาหลีใต้ ซึ่งเรื่องไร้สาระเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่” คิม โยจอง กล่าวตอบโต้เกาหลีใต้ที่ระบุอยู่ในถ้อยแถลงดังกล่าว และยังโจมตีว่าเกาหลีใต้พยายามสร้างหลักฐานเท็จ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้ความละอายอย่างที่สุด ทั้งปฏิเสธว่าทหารเกาหลีเหนือไม่ได้ข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารไปขณะดำเนินการเสริมการป้องชายแดน

คิม โยจอง ยังกล่าวหาเกาหลีใต้ว่ายั่วยุให้เกิดความตึงเครียดด้วยการยิงปืนเตือนโดยอ้างว่าทหารเกาหลีเหนือข้ามชายแดน ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เคยกล่าวอ้างว่ามีสัญญาณบ่งชี้ว่าทหารเกาหลีเหนือข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้าไปในเขตแดนของเกาหลีใต้ในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะดำเนินการเสริมการป้องกัน

Advertisement

ก่อนหน้านั้น คัง ชินชอล รัฐมนตรีกลาโหมของเกาหลีใต้ แถลงในวันอังคารว่า ทุ่นระเบิดของเกาหลีเหนือเป็นสาเหตุของเหตุระเบิดดังกล่าวและเกาหลีใต้จะดำเนินการตอบโต้ที่เหมาะสม พร้อมทั้งระบุอ้างว่าเกาหลีเหนืออาจวางทุ่นระเบิดไว้เพื่อเสริมกำลังป้องกันชายแดน

ด้านกองบัญชาการสประชาชาติ (UNC) แถลงว่า UNC ได้ดำเนินการสอบสวนร่วมกับกองทัพเกาหลีใต้ในที่เกิดเหตุในระหว่างการสอบสวนกรณีเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งทีมสอบสวนยังพบทุ่นระเบิดสังหารของเกาหลีเหนือที่ยังไม่ระเบิดอยู่ในฝั่งเกาหลีใต้ของเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารในเขต DMZ ด้วย

“จากผลการสอบสวน UNC สรุปได้ว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น” UNC ระบุ และว่า ทางกองบัญชาการฯกำลังดำเนินการจัดการกับการละเมิดดังกล่าวผ่านกลไกตามข้อตกลงสงบศึกที่มีอยู่