เกาหลีแห่ดูฉลามเกยตื้นแล้ว 6 แสนคน ทางการปูซาน ตั้งเป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ฉลามตัวที่ว่ายเข้ามาเกยตื้นบริเวณท่าเรือปูซาน ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา กลายเป็นกระแสฮือฮา เรียกให้ผู้คนพากันมาชมฉลามตัวนี้จำนวนมาก โดยทางการเมืองปูซานแจ้งเมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า มีผู้คนหลั่งไหลมาดูฉลามตัวนี้แล้วราว 600,000 คน
ข่าวระบุว่า ฉลามตัวนี้ ลำตัวยาวประมาณ 3.5 เมตร ถูกพบครั้งแรกบริเวณทางน้ำแคบๆ ของท่าเรือเหนือ เมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยหลังจากผ่านไปหลายวัน ฉลามยังหาทางกลับสู่ทะเลไม่ได้ ทางการจึงได้เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อพามันกลับออกสู่ทะเล แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
โดยสถานีโทรทัศน์ ยอนฮัป นิวส์ ได้เผยแพร่คลิปที่เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งและหน่วยงานอื่นๆ ได้นำเรือออกไปฉีดพ่นน้ำไล่หลังฉลาม เพื่อดันมันเบาๆ ไปทางทะเลเปิด แต่ฉลามกลับว่ายหนีออกจากกระแสน้ำเหล่านั้น

ขณะที่หนังสือพิมพ์โชซุน เดลี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้วางแผนที่จะใช้อวนเพื่อต้อนฉลามออกจากบริเวณท่าเรือในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมนี้
ข่าวระบุว่า ฉลามตัวนี้ เป็นฉลามวาฬสีบรอนซ์ หรือฉลามทองแดง ได้กลายเป็นเซเล็บในเกาหลีใต้ และได้รับฉายาว่า “บุคังงี” ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง “บุคฮัง” ที่เป็นชื่อภาษาเกาหลีของท่าเรือเหนือในปูซาน กับคำต่อท้าย “-งี” ในภาษาเกาหลี
ทั้งนี้ ข้อมูลจากแถลงการณ์ของเมืองปูซานและรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลชูซอก ระยะเวลา 4 วัน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้คนประมาณ 480,000 คน เดินทางมายังสวนสาธารณะริมน้ำจุดที่ฉลามเกยตื้นอยู่ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้าชมในช่วงปกิในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 2,000 คน

และเมื่อวันที่ 29 กันยายน เมืองปูซานได้ประกาศแต่งตั้งให้ฉลามตัวนี้ เป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์ของเมือง หลังจากผลสำรวจความคิดเห็นบนอินสตาแกรมทางการของเมืองปูซาน ได้รับคะแนนเห็นชอบถึง 91 เปอร์เซ็นต์จากผู้ร่วมโหวตประมาณ 8,000 คน
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีเหตุการณ์เกี่ยวกับสัตว์หลุด หรือสัตว์ที่สร้างความฮือฮาในลักษณะเดียวกันนี้ เกิดขึ้นในเกาหลีใต้มาแล้ว โดยเหตุเกิดเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา เมื่อหมาป่าตัวหนึ่งหลุดออกจากกรงในสวนสัตว์แห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีแบบมีม และยังทำให้ประธานาธิบดีของประเทศต้องออกมาแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

