‘ฮุน มาเนต’ เดินลุยน้ำเยี่ยมชาวบ้านประสบภัยน้ำท่วมชายแดนกัมพูชา-ไทย เน้นย้ำปกป้องชีวิตประชาชน
เมื่อวันที่ 30 กันยายน ขแมร์ไทม์ส รายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้คำมั่นว่า รัฐบาลกัมพูชาจะเดินหน้าให้การสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ บริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยเน้นย้ำว่า การปกป้องชีวิตและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง เป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก

ตัวเลขจากคณะกรรมาธิการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (NCDM) ของกัมพูชา ระบุว่า 52 เมืองและอำเภอทั่ว 10 จังหวัดของกัมพูชา กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม มีประชาชนได้รับผลกระทบ 44,889 ครอบครัว และราว 36,000 คน ต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย
โดยฮุน มาเนต ได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 28 กันยายนว่า เขาได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานการณ์น้ำท่วม ในบางส่วนของจังหวัดพระตะบอง และบันเตียเมียนเจย และได้กล่าวยกย่องเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทหาร และอาสาสมัคร ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการกู้ภัยในครั้งนี้ นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานแห่งชาติที่ให้การสนับสนุนการบรรเทาทุกข์

ฮุน มาเนต ยังได้กล่าวชื่นชมความเข้มแข็งของชาวเมืองปอยเปต โดยระบุว่า พวกเขาต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่างในช่วงปีที่ผ่านมา รวมทั้งความตึงเครียดบริเวณชายแดน การปิดด่านพรมแดน การหลอกลวงออนไลน์ และล่าสุดคือเหตุการณ์น้ำท่วมหนัก
โดยระหว่างการลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ประสบภัย ฮุน มาเนต ได้เดินลุยน้ำที่สูงถึงระดับเข่า เพื่อพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า ทางการจะยังคงให้ความช่วยเหลือต่อไป ขณะที่ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว

นายโซธ คิมโคลโมนี โฆษก NCDM กล่าวว่า จังหวัดพระตะบอง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในบรรดา 10 จังหวัดที่ประสบภัย ซึ่งรวมทั้ง จังหวัดบันเตียเมียนเจย , เสียมราฐ , กำปงธม , กำปงจาม , ตะบองขมุม , ไพลิน , โพธิสัตว์ , พระวิหาร และ อุดรมีชัย โดยมีพื้นที่นาข้าวที่ได้รับความเสียหายทั่วประเทศเกือบ 50,000 เฮกตาร์ (ราว 500 ตารางกิโลเมตร)

นายลี โซวันนาริธ โฆษกจังหวัดบันเตียเมียนเจย รายงานว่า เมืองปอยเปต ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และมวลน้ำที่ไหลหลากมาจากประเทศไทย และจังหวัดพระตะบอง มีพื้นที่ 6 อำเภอ ได้รับผลกระทบและต้องมีการอพยพประชาชนกว่า 1,600 ครัวเรือน โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะในจังหวัดได้รับความเสียหายอย่างมาก รวมถึงโรงเรียน 15 แห่งที่ถูกน้ำท่วม วัด 8 แห่ง สถานีอนามัย 3 แห่ง และถนนที่ถูกน้ำกัดเซาะเสียหายจำนวน 257 สาย รวมระยะทางประมาณ 130,500 เมตร นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่นาข้าวเสียหายอีก 17,096 เฮกตาร์ (ราว 170 ตารางกิโลเมตร)
ขณะที่คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติจังหวัดพระตะบอง ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 14 เมือง ครอบคลุม 71 ตำบล สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน 21,807 ครัวเรือน และทำให้ต้องมีการอพยพประชาชน 856 ครัวเรือน โดยมีโครงสร้างพื้นฐาน 780 แห่ง และพื้นที่นาข้าว 35,612 เฮกตาร์ ที่ได้รับผลกระทบในภาพรวมของจังหวัด
ด้านคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติกัมพูชา เผยเมื่อวันที่ 29 กันยายนว่า ระดับน้ำที่สถานีตรวจวัดเกือบทุกแห่งตลอดลำน้ำโขง ตั้งแต่จังหวัดตึงเตรงลงไปทางตอนใต้ ยังคงมีแนวโน้มลดลงหรือทรงตัว โดยปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ทะเลสาบเขมร หรือ โตนเลสาบ อยู่ที่ประมาณ 36,080 ล้านลูกบาศก์เมตร
และในช่วงตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนตกในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางในบางพื้นที่ของลุ่มน้ำโขงตอนล่าง โดยคาดการณ์ว่า จะมีฝนตกในระดับปานกลางในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าในจังหวัดพระตะบอง , สตรึงเตรง , รัตนคีรี และมณฑลคีรี โดยบางพื้นที่อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันขึ้นได้



