UN ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำทั่วโลก ต่ำสุดรอบหลายทศวรรษ มวลธารน้ำแข็งหาย 4 ปีติด
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า แม่น้ำทั่วโลกมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษในปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่บนพื้นผิวโลกกำลังลดลง และทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่จะมีใช้ในอนาคต
รายงานสถานการณ์ทรัพยากรน้ำโลกของ WMO ระบุว่า ปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่บนพื้นดิน ซึ่งรวมถึงน้ำบาดาล ทะเลสาบ พืชพรรณ น้ำแข็ง และหิมะ ลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
WMO เตือนว่า แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลกระทบที่รุนแรงในอนาคต เนื่องจากแหล่งน้ำสำรองเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันของโลกในสถานการณ์ช่วงที่โลกเผชิญกับปีที่แห้งแล้งผิดปกติ เช่นเดียวกับปีนี้
เซเลสต์ เซาโล เลขาธิการ WMO กล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่พร้อมกับรายงานว่า เรากำลังใช้เงินออมในบัญชีจนร่อยหรอ ปริมาณน้ำที่สะสมอยู่บนพื้นดินทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงมาตั้งแต่ช่วงปี 2557-2559 ซึ่งเป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษ
ข้อมูลของ WMO ระบุว่า ลุ่มน้ำกว่าหนึ่งในสามของโลกมีปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับปกติ โดยปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในปีที่แม่น้ำทั่วโลกมีปริมาณน้ำต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อ 35 ปีก่อน
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลุ่มน้ำบางแห่ง เช่น ในบางส่วนของเอเชียใต้ กลับมีปริมาณน้ำมากเกินไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฏจักรของน้ำกำลังมีความแปรปรวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น
รายงานยังระบุด้วยว่า การสูญเสียมวลน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในทุกภูมิภาคของโลกในปี 2568 และเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงด้านน้ำในระยะยาว

