ศาลที่ 2 สั่งเบรก ‘ทรัมป์’ เก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลล์ สำหรับวีซ่า H-1B แรงงานต่างชาติที่มีทักษะ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางคนที่ 2 ได้สั่งระงับค่าธรรมเนียมจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเก็บจากวีซ่า H-1B สำหรับแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูง ซึ่งถือเป็นค่าธรรมเนียมที่ไม่เคยมีมาก่อน
เฮย์วูด กิลเลียม ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตัดสินว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐ (USCIS) และกระทรวงต่างประเทศ ไม่ได้ปฏิบัติตามกระบวนการออกกฎระเบียบที่จำเป็นก่อนที่จะนำค่าธรรมเนียมของทรัมป์มาใช้
กิลเลียม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต ได้อนุมัติคำขอของกลุ่มพันธมิตรของสหภาพแรงงาน นายจ้าง และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อระงับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของทรัมป์ จากหน่วยงานต่าง ๆ จนกว่าจะทราบผลการพิจารณาคดีที่พวกเขายื่นฟ้องในเดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวถูกระงับชั่วคราวในเดือนมิถุนายน โดยผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในบอสตัน ในคดีแยกต่างหากที่ยื่นฟ้องโดย 20 รัฐ ซึ่งศาลอุทธรณ์ในบอสตัน ปฏิเสธที่จะระงับคำตัดสินดังกล่าวในเดือนกรกฎาคม
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ได้ดำเนินการในเดือนสิงหาคม เพื่อกำหนดค่าธรรมเนียมถาวรประมาณ 103,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายแล้ว อาจถูกท้าทายในศาล แต่ประเด็นทางกฎหมายจะแตกต่างจากคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่กำหนดโดยทรัมป์ ซึ่งคดีเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่อำนาจของประธานาธิบดีในการกำหนดค่าธรรมเนียมดังกล่าวแต่เพียงฝ่ายเดียว
โดยค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐนั้น เดิมทีมีกำหนดหมดอายุในวันที่ 21 กันยายน แต่ทรัมป์ ได้ขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เมื่อเร็วๆนี้
ด้านกลุ่มกฎหมายฝ่ายซ้าย Democracy Forward ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับคำตัดสินดังกล่าว โดยระบุว่า “คำตัดสินในวันนี้ ปกป้องระบบที่ตกค้างอยู่ในความโกลาหลในชั่วข้ามคืน” สตีฟ เบรสเลอร์ ทนายความของกลุ่มกล่าว
ขณะที่หอการค้าสหรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้ยื่นฟ้องร้องคดีที่ 3 เพื่อท้าทายค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยหอการค้ากำลังยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลที่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของตนที่ว่า ทรัมป์ ไม่มีอำนาจในการกำหนดค่าธรรมเนียม
สำหรับโครงการ H-1B จะอนุญาตให้นายจ้างในสหรัฐ จ้างแรงงานต่างชาติที่มีการฝึกอบรมในสาขาเฉพาะทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทเทคโนโลยีที่พึ่งพาแรงงานที่ได้รับวีซ่า H-1B เป็นอย่างมาก
ซึ่งโครงการนี้ ให้วีซ่า 65,000 ใบต่อปี และอีก20,000 ใบสำหรับแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาระดับสูง ซึ่งอนุมัติเป็นเวลา 3-6 ปี
อย่างไรก็ตาม คำสั่งเรียกเก็บค่าวีซ่าเพิ่ม ทำให้ต้นทุนในการขอวีซ่า H-1B สูงขึ้นอย่างมาก จากปกติค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ
ทั้งนี้ ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นนั้น ทรัมป์ได้อ้างอำนาจของประธานาธิบดีภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง เพื่อจำกัดการเข้าประเทศของชาวต่างชาติบางกลุ่มที่จะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ โดยทรัมป์กล่าวว่า ธุรกิจต่างๆ ใช้โครงการ H-1B ในทางที่ผิดและแทนที่แรงงานชาวอเมริกันด้วยแรงงานต่างชาติที่ถูกกว่า
โดยรัฐบาลทรัมป์ ยังสั่งให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่า H-1B อย่างเข้มงวดมากขึ้น และเสนอขั้นตอนการคัดเลือกวีซ่าแบบใหม่ที่จะให้ความสำคัญกับแรงงานที่มีทักษะสูงและได้รับค่าตอบแทนที่ดีกว่า



