โดนแบ่งเค้ก! Pandora แบรนด์เครื่องประดับโลก เปิดรง.ใหม่ใหญ่สุดที่เวียดนาม ฐานผลิตแรกนอกไทย
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม Pandora แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องประดับระดับโลกสัญชาติเดนมาร์ก ได้ฤกษ์เปิดโรงงานแห่งใหม่มีมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดและเป็นแห่งแรกของ Pandora ที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย ส่วนหนึ่งของความพยายามในการกระจายฐานการผลิตและสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทานของตนเอง
ในพิธีเปิด แบร์ทา เด ปาบลอส บาเบียร์ ซีอีโอของ Pandora ร่วมกับเจ้าหน้าที่เวียดนามได้ทำการดึงริบบิ้นสีชมพูเพื่อเปิดตัวเครื่องประดับชิ้นแรกที่ผลิตในเวียดนาม
เด ปาบลอส บาเบียร์ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ในช่วงเริ่มต้นโรงงานผลิตที่เวียดนามจะมีสัดส่วนกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 15% ของกำลังการผลิตทั่วโลกของ Pandora แต่เมื่อดำเนินการเต็มกำลังภายในปีค.ศ. 2030 สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตทั้งหมด

“เรากำลังสร้างโรงงานผลิตแห่งนี้เพื่อรองรับทศวรรษหน้า ไม่ใช่แค่ในไตรมาสถัดไป เมื่อเกิดความผันผวนเราจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบูรณาการการทำงานทั่วทั้งธุรกิจของเรา” เด ปาบลอส บาเบียร์กล่าว เมื่อถูกถามถึงความไม่แน่นอนทางการค้า ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาอาจปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่ผลิตในเวียดนาม
เด ปาบลอส บาเบียร์ กล่าวด้วยว่า เวียดนามมีความโดดเด่นในบรรดาฐานการผลิตที่มีศักยภาพ เนื่องจากเวียดนามมีแรงงานที่มีทักษะ มีประวัติการผลิตเครื่องประดับมาอย่างยาวนาน อีกทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ
โรงงานแห่งใหม่นี้ของ Pandora ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 46.8 ไร่ ในนครโฮจิมินห์ ศูนย์กลางธุรกิจและการผลิตของเวียดนาม นับเป็นโรงงานแห่งที่ 4 ในโลกของ Pandora ที่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโดยรวมของบริษัทขึ้นประมาณ 50% และคาดว่าจะมีการจ้างงานในเวียดนามราว 7,000 คนเมื่อเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ Pandora มียอดจำหน่วยเครื่องประดับ 112 ล้านชิ้นในปีค.ศ.2025 และที่ผ่านมาได้ผลิตสินค้าทั้งหมดในประเทศไทยซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานทั้ง 3 แห่งของ Pandora ขณะที่โรงงานแห่งใหม่ในเวียดนามจะมีบทบาทสำคัญในแผนการขยายกำลังการผลิตเครื่องประดับชุบแพลตตินัมของ Pandora ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงจากการมุ่งเน้นผลิตเครื่องประดับเงินเพียงอย่างเดียวและเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดเงิน

