ส.ส.สหรัฐ ไม่ปลื้ม! เรียกร้องสตาร์บัคส์ปิดสาขาในซินเจียง มองเป็นพื้นที่กดขี่ชาวอุยกูร์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้ “สตาร์บัคส์” ปิดสาขาแห่งแรกๆ ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ของประเทศจีน โดยระบุว่า การเข้าไปดำเนินธุรกิจในพื้นที่ที่มีการกดขี่ชาวอุยกูร์นั้น เป็นการตัดสินใจที่ไร้ซึ่งศีลธรรม
ทางด้านจีน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม โดยอ้างว่า นโยบายของตนในพื้นที่ดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้านการก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน และแนวคิดสุดโต่งทางศาสนา
ข่าวระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ ได้เปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่เมืองอูรุมชี ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียง โดยแห่งหนึ่งอยู่ที่ตลาดใหญ่ ใจกลางเมือง และอีกแห่งอยู่ที่สนามบินนานาชาติของเมือง

จอห์น มูเลอนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยจีน ประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เรียกร้องให้สตาร์บัคส์ ถอยหลังกลับทันทีและปิดสาขาในซินเจียง โดยระบุว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่น่าตกใจและไร้ซึ่งศีลธรรมของบริษัทที่มักเชิดชูเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม
โดยระบุว่า “ไม่มีเหตุผลอันสมควรใดๆที่บริษัทสัญชาติอเมริกันจะเข้าไปดำเนินธุรกิจในพื้นที่ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน กักขังชาวอุยกูร์มากกว่า 1 ล้านคน และพรากความเชื่อ ภาษาและวัฒนธรรมไปจากพวกเขา”
ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม วีแชต (WeChat) อย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ว่า สาขาใหม่ในซินเจียงเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับความต้องการของลูกค้า

นายหลิว เหวินจวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของสตาร์บัคส์ ประจำประเทศจีน กล่าวในโพสต์บนวีแชตว่า บริษัทจะยังคงเดินหน้าลงทุนในซินเจียงต่อไป
ข่าวระบุว่า เมื่อเดือนเมษายน 2026 สตาร์บัคส์ ได้ข้อสรุปในการจัดตั้งกิจการร่วมค้าในจีน โดยดึง Boyu Capital ซึ่งเป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 60 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบัน กิจการร่วมค้านี้บริหารจัดการร้านสาขาประมาณ 8,000 แห่งในประเทศจีน
ทั้งนี้ ซินหัวรายงานว่า สตาร์บัคส์เข้าสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ตั้งแต่เดือนมกราคม 1999 โดยเปิดสาขาแรกที่กรุงปักกิ่ง ก่อนที่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟจะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทางแบรนด์จึงได้ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องไปทั่วประเทศจีน โดยข้อมูลประจำปีงบประมาณ 2026 ระบุว่า ณ วันที่ 27 กันยายน 2026 สตาร์บัคส์ มีสาขาที่เปิดให้บริการในจีนแผ่นดินใหญ่ 8,342 สาขา ซึ่งเพิ่มขึ้น 331 แห่ง จากช่วงสิ้นสุดปีงบประมาณ 2025
ปัจจุบัน จีนแผ่นดินใหญ่ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสตาร์บัคส์ รองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสาขาปิดให้บริการอยู่ 16,933 แห่ง ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2026 ตามรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2026



