หน้าแรก ต่างประเทศ ผงาดอาณาจักรบ...

ผงาดอาณาจักรบันเทิง ‘พาราเมาท์’ ปิดดีลซื้อ ‘วอร์เนอร์ บราเธอร์ส’ มูลค่า 3.7 ล้านล้าน

7.10.26 | 11:07 น.
paramount
(AP Photo/Yuki Iwamura)

ผงาดอาณาจักรบันเทิง ‘พาราเมาท์’ ปิดดีลซื้อ ‘วอร์เนอร์ บราเธอร์ส’ มูลค่า 3.7 ล้านล้าน

สำนักข่าวเอพี และรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัท พาราเมาท์ ซึ่งเป็นของ สกายแดนซ์ เสร็จสิ้นการซื้อกิจการของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส แล้ว เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ด้วยมูลค่า 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.72 ล้านล้านบาท) โดยการควบรวม 2 บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดสองแห่งของสหรัฐอเมริกาเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดยักษ์ใหญ่รายใหม่แห่งวงการฮอลลีวูดขึ้น โดยจะใช้ชื่อว่า “สกายแดนซ์” (Skydance) ภายใต้การนำของ เดวิด เอลลิสัน มหาเศรษฐี และ ซีอีโอร่วมคนใหม่ อีนอน ไครซ์


เอลลิสันกล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแค่ของสกายแดนซ์เท่านั้น แต่เป็นของอุตสาหกรรมทั้งหมด” และยังกล่าวในบันทึกที่ส่งถึงพนักงานว่า การควบรวมกิจการครั้งนี้ถือเป็นโอกาส ในการสร้างบริษัทสื่อและความบันเทิงแห่งยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี และว่า เป้าหมายไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่คือ “การก้าวขึ้นมาท้าชนกับผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม”

ทั้งนี้ สกายแดนซ์ ของเอลลิสัน ได้ซื้อกิจการของพาราเมาท์ ด้วยเงิน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะเริ่มมองมาที่กิจการของวอร์เนอร์ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้แย่งชิงเพื่อครอบครองยักษ์ใหญ่แห่งฮอลลีวูดรายนี้อย่างดุเดือด และยืดเยื้อนานเกือบ 1 ปี ซึ่งเมื่อรวมภาระหนี้สินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าไปด้วยแล้ว มูลค่ารวมของการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สูงถึงเกือบ 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.7 ล้านล้านบาท)

การรวมกิจการเป็น “สกายแดนซ์” ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในการผนึกกำลังครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการสื่อและความบันเทิง ซึ่งยิ่งเป็นการกระจุกตัวของอำนาจในอุตสาหกรรมที่เดิมทีก็ถูกขับเคลื่อนโดยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายอยู่แล้ว

Advertisement

ทั้งนี้ การควบรวมดังกล่าว ทำให้บริการสตรีมมิ่ง อย่าง HBO Max, ผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ตั้งแต่ “Harry Potter” ไปจนถึง “Sinners” รวมถึงเครือข่ายสื่ออย่าง CNN ต่างเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาเดียวกันกับ Paramount+, CBS และผลงานระดับตำนานอย่าง “Top Gun” และ “The Godfather”

อย่างไรก็ตาม สกายแดนซื ไม่เพียงเจอกับคู่แข่งอย่าง Netflix , Disney และอีกหลายบริษัท แต่ยังต้องแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ อย่าง Apple , Meta และ Amazon รวมถึงการเติบโตจากภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ด้วย