‘ฮุน มาเนต’ อ้างสหรัฐขอให้ไทยหยุดการกระทำที่ยั่วยุ และทำตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์
พนมเปญโพสต์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เปิดเผยว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เรียกร้องให้ยุติการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดหรือการรุกล้ำดินแดนบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย และยังบอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐ ได้ยืนยันถึงการที่สหรัฐสนับสนุนข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการประสานงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ
โดยฮุน มาเนต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐ ได้เข้าพบเขาเมื่อ 3 วันก่อน และได้แจ้งว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้หารือกับฝ่ายไทย ขอให้ยุติการกระทำใดๆที่อาจเพิ่มความตึงเครียดหรือแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรุกล้ำดินแดนของกัมพูชา แต่ฮุน มาเนต ไม่ได้เปิดเผยชื่อของเจ้าหน้าที่สหรัฐคนดังกล่าว
ฮุน มาเนต กล่าวด้วยว่า สหรัฐได้เรียกร้องให้มีการรักษาและปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ โดยระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การปักปันเขตแดนต้องดำเนินการบนพื้นฐานของสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ ผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ เจบีซี
“เจ้าหน้าที่สหรัฐมาพบผม และขอให้กัมพูชาไม่ดำเนินการใดๆที่จะเพิ่มความตึงเครียด ผมได้ชี้แจงว่า กัมพูชาไม่เคยกระทำการใดๆที่เพิ่มความตึงเครียด และเรามีความอดทนอดกลั้นเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่สหรัฐเข้ามาช่วยในข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ เราจึงขอให้สหรัฐช่วยผลักดันให้มีการสำรวจแนวเขตแดนเกิดขึ้น” ฮุน มาเนตกล่าว
ทั้งนี้ ฮุน มาเนต เรียกร้องให้ประชาชนอดทนรอคอยความคืบหน้าเกี่ยวกับกลไกการจัดการปัญหาเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเล โดยอธิบายว่า การแก้ไขข้อพิพาทผ่านช่องทางกฎหมายและการทูตนั้น ต้องใช้เวลา แต่ท้ายที่สุดแล้ว จะสามารถยุติข้อพิพาทลงได้ และยังได้เปรียบเทียบสิ่งนี้กับสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจนำไปสู่การสู้รบที่ยืดเยื้อ โดยยกตัวอย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ดำเนินมานานกว่า 3 ปี
ฮุน มาเนต ย้ำว่า ข้อตกลงคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี ที่ลงนามไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า คณะทำงานของเจบีซี จะต้องดำเนินงานต่อไป และว่า “หากไม่มีการระบุประเด็นนี้ไว้ กัมพูชาก็คงไม่ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว”



