คอลัมน์ People In Focus: โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯคนใหม่

29.06.17 | 17:31 น.

“มิสเตอร์เอเวรีธิง” คือฉายาที่ “เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน” ทรงได้รับจากวงการการทูตระหว่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและอิทธิพลที่ทรงมีมากเกินกว่าคนในวัย 31 ปี จะมีได้

“เจ้าชายชัลมาน” พระโอรสของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย พระองค์ใหม่เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงเป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นบุคคลสำคัญของซาอุดีอาระเบียนับตั้งแต่ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 เมื่อปี 2558 แล้ว

เจ้าชายซัลมาน ขึ้นรับตำแหน่งแทนที่ “โมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ” พระภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) และรัฐมนตรีมหาดไทยซาอุดีอาระเบีย ผู้ซึ่งเป็นที่ชื่นชมของรัฐบาลของอดีตประธานาธิดบีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลฟากฝั่งเดโมแครต มาสู่ฝั่งรีพับลิกันนำโดยโดนัลด์ ทรัมป์จึงถูกมองเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ส่งให้ “เจ้าชายซัลมาน” ทรงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอันทรงอิทธิพลมากที่สุดของประเทศ

มกุฎราชกุมารซัลมาน เป็นสัญลักษณ์แห่ง “ความหวัง” ของคนรุ่นใหม่ในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซาอุดีอาระเบียมีประชากรที่อายุต่ำกว่า 25 ปีอยู่เป็นสัดส่วนมากถึงกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรทั้งหมด

Advertisement

เจ้าชายซัลมาน ทรงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเสนอนโยบายเพื่อการพัฒนามากมายหลายด้าน มีชื่อเรียกโดยรวมว่า “วิชั่น 2030” นโยบายที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจให้กับประเทศที่พึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นส่วนใหญ่แห่งนี้

เจ้าชายซัลมาน ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมทรงดูแลปฏิบัติการทางทหารในกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมน สู้รบกับกลุ่มกบฏชีอะห์ ที่ยึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน เอาไว้

นอกจากนี้ ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญอย่าง “ประธานคณะกรรมาธิการกิจการเศรษฐกิจและการพัฒนา” หน่วยงานที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ และทรงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง “ซาอุดี อารัมโก” ด้วย

บลูมเบิร์ก บิสซิเนสวีค ระบุไว้เมื่อปี 2559 ว่า เจ้าชายซัลมาน ทำงานวันละ 16 ชั่วโมง ทรงได้รับแรงบันดาลใจจากงานเขียนของ “วินสตัน เชอร์ชิล” อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษในยุคสงคราม รวมไปถึงตำรา “พิชัยสงคราม” ของซุนวู

บลูมเบิร์ก บิสซิเนสวีค นับหนึ่งในสื่อหลายๆเจ้า ที่เจ้าชายซัลมาน ทรงประทานเวลาสัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มที่ ผิดจากธรรมเนียมของประเทศที่เจ้าหน้าที่รัฐมักปิดปากเงียบเกี่ยวกับกิจการภายใน

พระองค์ทรงเคยประทานสัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ เมื่อเดือนเมษายนปีก่อน โดยพระองค์ทรงตอบคำถามด้วยความผ่อนคลายเป็นระยะเวลานานถึง 50 นาที โดยเจ้าชายทรงฟังคำถามภาษาอังกฤษและตอบเป็นภาษาอารบิก

จบการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคิงซาอุด กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทรงเป็นพ่อลูก 4 ทรงมีพระโอรส 2 องค์ และพระธิดา 2 องค์ สิ่งที่ทรงไม่เหมือนสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นก็คือทรง อภิเษกสมรสเพียงครั้งเดียว

เจ้าชายซัลมาน ใช้เวลาหลายปีทำงานให้ “พระชนก” ในช่วงเวลาที่ทรงเป็นผู้ว่าการกรุงริยาด รวมถึงในช่วงเวลาที่พระองค์เป็นมกุฎราชกุมารระหว่างปี 2556-2558 ก่อนที่พระองค์จะขึ้นสู่ตำแหน่ง สมเด็จพระราชาธิบดี

เจ้าชายซัลมาน ทรงได้รับการกล่าวขานในฐานะผู้นำที่มีความสามารถ มีความเด็ดขาดและทะเยอทะยาน

อย่างไรก็ตาม เจ้าชายซัลมาน ทรงตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับ ความเห็นที่ระบุว่า “ชื่อของพระองค์จะเป็นที่จดจำในอนาคต” อย่างทรงถ่อมพระองค์

“เราเป็นประชาชนชาวซาอุดีอาระเบียคนหนึ่ง และชาวซาอุดีอาระเบียก็จะเป็นที่จดจำในอนาคตเช่นกัน” เจ้าชายซัลมาน ตรัส