คลองผิงลู่
บทใหม่ของกว่างซี สู่โอกาสไทยในห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค
โครงสร้างพื้นฐานนับเป็นกระดูกสันหลังของการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวของการขนส่ง ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเปิดทางให้ประเทศต่างๆ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความผันผวนของโลกในปัจจุบันที่ยากต่อการคาดการณ์ โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับความยึดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ได้กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการกระจายความเสี่ยง และลดผลกระทบจากการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จีนเปิดใช้งาน คลองผิงลู่ อย่างเป็นทางการ โครงการทางน้ำที่มีความยาวกว่า 134.2 กิโลเมตรแห่งนี้ เริ่มต้นจากปากแม่น้ำผิงถังในเขตเหิงโจว ในนครหนานหนิง เขตปกครองตนเอง
กว่างซีจ้วง ไหลลงสู่อ่าวเป่ยปู้ ซึ่งเป็นประตูสู่ทะเลจีนใต้ คลองดังกล่าวสามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดสูงสุดถึง 5,000 ตัน ช่วยลดระยะทางการขนส่งสินค้าจากพื้นที่ตอนในของจีนตะวันตกเฉียงใต้สู่ทะเลได้มากกว่า 560 กิโลเมตร พร้อมลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์โดยรวมลง 18–30% เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิมที่ต้องผ่านท่าเรือในมณฑลกวางตุ้ง
การเปิดใช้งานคลองผิงลู่สอดคล้องกับนโยบายการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจในระดับสูงของจีน (High-Standard Opening Up) ที่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการเศรษฐกิจภายในประเทศเข้ากับเศรษฐกิจโลกอย่างมีคุณภาพและภายใต้มาตรฐานสากล
นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย-จีน กล่าวว่า คลองผิงลู่ช่วยเชื่อมโยงระบบขนส่งหลายรูปแบบของภูมิภาค ทั้งทางน้ำ ทางทะเล รถไฟและถนน ภายใต้ New International Land-Sea Trade Corridor ทำให้จีน-อาเซียนมีทางเลือกด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งมากเกินไป นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสให้อาเซียนเข้าถึงตลาดจีนตอนในได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกว่างซี ยูนนาน กุ้ยโจว เสฉวนและฉงชิ่ง ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคและฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของจีนด้วย
“การขุดคลองผิงลู่ยังช่วยส่งเสริมการค้าสองทางและการลงทุนตามแนวคลอง โดยจีนสามารถส่งออกเครื่องจักร เหล็ก อุปกรณ์และสินค้าอุตสาหกรรมสู่อาเซียนได้สะดวกขึ้น ขณะที่สินค้าเกษตร อาหาร ยางพาราและวัตถุดิบจากอาเซียนสามารถเข้าสู่จีนได้อย่างรวดเร็วขึ้น” นายวีรชัยเสริม
พร้อมกันนี้ คลองผิงลู่ได้ช่วยส่งเสริมบทบาทของกว่างซีในฐานะจุดยุทธศาสตร์ด้านการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างจีนและอาเซียน ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา อาเซียนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของจีน และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของจีนติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ปี โดยมีมูลค่าทางการค้าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ในบริบทดังกล่าว คลองผิงลู่สนับสนุนให้การบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ผศ.ดร.กิตติพศ พุทธิวนิช อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้ความเห็นว่า คลองผิงลู่ทำให้บทบาท “ประตูสู่อาเซียน” ที่ส่วนกลางมอบให้เขตการปกครองตนเองกว่างซีจ้วงตั้งแต่ปี 2015 มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในทางหนึ่ง คลองนี้ได้ดึงสินค้าจากภาคตะวันตกเฉียงใต้กลับจากท่าเรือกวางตุ้งมาออกท่าชินโจวของกว่างซีเอง และในอีกทางหนึ่ง คลองนี้ก็ทำให้มณฑลยูนนานที่ต้องการทางออกทะเลมานานจะสามารถใช้เส้นทางนี้ออกทะเลได้เสียทีเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินเรือที่เขื่อนไป่เซ่อแล้วเสร็จในปี 2027 เนื่องจากที่ผ่านมามณฑลยูนนานมีทางน้ำออกทะเลเพียงทางเดียว คือการล่องตามแม่น้ำแยงซีไปออกที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีระยะทางราว 2,800 กม. ในขณะที่ความตั้งใจที่จะออกทะเลทางแม่น้ำโขงนั้นก็ชะงักไปตั้งแต่ที่ไทยยกเลิกโครงการระเบิดเกาะแก่งในปี 2020 ดังนั้น เส้นทางผ่านท่าฟู่หนิงและคลองผิงลู่จะกลายเป็นทางน้ำออกทะเลที่ใกล้ที่สุดของยูนนาน นับได้ว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองพื้นที่ซึ่งเคยแข่งขันกันเป็นประตูของจีนสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นได้ร่วมมือกันมากขึ้น
การเปิดสัญจรของคลองผิงลู่เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 23 ซึ่งเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกันระหว่าง “ช่องทางทองคำ” และ “แพลตฟอร์มทองคำ” พ่อค้าแม่ค้าจากอาเซียนสามารถเข้ามาตรวจสอบ “ทางน้ำสายทองคำ” ขนาด 5,000 ตันที่ตรงสู่อ่าวเป่ยปู้ด้วยตนเอง ทั้งเส้นทางสายใหม่การขนส่งร่วมแม่น้ำ-ทะเล และความได้เปรียบด้านต้นทุนโลจิสติกส์ต่างกลายเป็นจุดขายที่จับต้องได้ ส่งผลให้การเจรจาความร่วมมือเปลี่ยนจาก “พิมพ์เขียวบนกระดาษ” สู่ “ภาพจริงที่พิสูจน์ได้” งาน CAEXPO ได้รวบรวมทรัพยากรภาคการเมือง ภาคธุรกิจ และสัญญาณนโยบายระหว่างจีนกับอาเซียน จึงเป็นหน้าต่างที่ดีที่สุดสำหรับการดึงดูดการลงทุน การเปิดเส้นทางเดินเรือ และการเชื่อมโยงกฎระเบียบในเขตเศรษฐกิจคลองผิงลู่
การส่งเสริมผ่านงานแสดงสินค้าสามารถช่วยเร่งการเพิ่มความถี่ของเส้นทางเดินเรือ การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และการยกระดับอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เพื่อเร่งแปลงศักยภาพของ “ช่องทางทองคำ” ให้กลายเป็นกำลังการผลิตจริง ช่องทางให้การเชื่อมโยงทางกายภาพ ขณะที่แพลตฟอร์มช่วยส่งเสริมการเชื่อมโยงทางนโยบายและระเบียบ สองสิ่งนี้เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และร่วมกันจัดวางภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์จีน-อาเซียนใหม่ เพื่อมุ่งสู่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-อาเซียนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นายวีรชัยชี้ว่า การขุดคลองผิงลู่เป็นการสนับสนุน Regional Supply Chain โดยทำให้วัตถุดิบจากอาเซียนสามารถเข้าสู่ฐานการผลิตจีนในเร็วขึ้น เช่นเดียวกับการที่ชิ้นส่วน เครื่องจักรและสินค้าจากจีนสามารถเข้าสู่โรงงานในอาเซียนได้สะดวกขึ้น โดยชิ้นส่วนที่ผลิตในจีนสามาถส่งมาประกอบในไทย เวียดนามหรือกัมพูชา ก่อนที่จะส่งออกไปยังประเทศอื่น ขณะที่อาจารย์กิตติพศระบุว่า ผลที่น่าจะเกิดขึ้นสำหรับอาเซียน คือ เขตการปกครองตนเองกว่างซีจ้วงจะมีความสำคัญทางทะเลมากขึ้น กรอบความร่วมมือ Pan-Beibu Gulf Economic Cooperation ที่กว่างซีเป็นผู้ริเริ่มและเป็นเจ้าภาพก็จะมีนัยสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นด้วย
ด้าน นายถัง หงเสียง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์กวางซี และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจมุ่งสู่ทะเลกล่าวว่า ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ตรงที่สุดของการเปิดสัญจรคลองผิงลู่ต่ออาเซียน คือ ‘ปันผลคู่’ ในด้านต้นทุนและเวลาโลจิสติกส์ สำหรับผู้ส่งออกในอาเซียน สามารถใช้ประโยชน์จากคลองผิงลู่เพื่อส่งออกสินค้าในปริมาณมากไปยังตลาดภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่มีประชากรหลายร้อยล้านคนและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทางอุตสาหกรรมด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
พร้อมกล่าวว่า สำหรับผู้นำเข้าในอาเซียน ก็จะได้รับสินค้าจากภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่ถูกลง รวดเร็วขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น เมื่อสินค้าสองทางไหลเวียนได้ดี สิ่งที่วิสาหกิจในอาเซียนจะได้รับไม่ใช่แค่ค่าขนส่งที่ถูกลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน การส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมข้ามแดนจีน-อาเซียน จะช่วยให้สินค้าเปรียบเทียบของอาเซียนเข้าไปแทรกอยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีน และนำเทคโนโลยี อุปกรณ์ รวมถึงการลงทุนจากจีนมาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมของอาเซียน เปลี่ยน ‘เศรษฐกิจทางผ่าน’ ให้กลายเป็น ‘เศรษฐกิจลงหลักปักฐาน’ เพื่อให้ประเทศและภูมิภาคตามแนวเส้นทางได้แบ่งปันผลประโยชน์ที่แท้จริง
“นอกจากนี้ ต้องพัฒนาการขนส่งทางเรือสีเขียวและท่าเรือสีเขียวควบคู่กันไป พร้อมทั้งกระชับความร่วมมือด้านการคุ้มครองนิเวศวิทยากับอาเซียน เพื่อให้ทางน้ำสายทองคำกลายเป็นระเบียงนิเวศวิทยาที่แบ่งปันความเขียวขจีร่วมกัน” นายถัง หงเสียง เสริม
นอกจากคลองผิงลู่จะช่วยกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนสะท้อนถึงแนวคิดการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งแบบพหุโหมด (Multimodal Transport) ของคลองแห่งนี้ยังแผ่ขยายออกไปภายนอก โดยเปิดทางสู่การเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าโลกที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระดับมหภาคเพื่อสนับสนุนข้อริเริ่มหนึ่งแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative) นั้น ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมถ่ายทอดคุณค่าของการเปิดกว้างสู่ระดับสากลของเส้นทางสายน้ำแห่งนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ
ศาสตราจารย์จาง หวนโจ้ว เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมหาวิทยาลัยนานาชาติศึกษาเจ้อเจียง ให้ทัศนะว่า คลองผิงลู่เชื่อมโยงระบบการขนส่งหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ทั้งทางรถไฟ ทางน้ำ ทางทะเล และทางอากาศ ช่วยให้กลุ่มประเทศในเอเชียกลางสามารถขนส่งสินค้าผ่านรถไฟความเร็วสูงสายจีน-ยุโรป (China-Europe Railway Express) ตัดลงมายังพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และตรงสู่อ่าวเป่ยปู้ผ่านคลองผิงลู่ได้โดยตรง ซึ่งไม่เพียงช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากเส้นทางเดินเรือแบบเดิมๆ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการผสานเข้าสู่ตลาดจีนและอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน อ่าวเป่ยปู้ยังสามารถเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจีน-ยุโรปเข้ากับเส้นทางเดินเรือมหาสมุทร ซึ่งช่วยให้การขนส่งสินค้าตรงสู่ทวีปแอฟริกา อเมริกา และโอเชียเนียเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยลดระยะเวลาการค้าระหว่างจีน-ยุโรป และจีน-แอฟริกาลงอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นการสร้างระบบการเปิดกว้างที่มีอาเซียนเป็นฐานหลักและเชื่อมต่อไกลถึงระดับโลก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น
ในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักของอาเซียน ไทยในฐานะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าบนคาบสมุทรอินโดจีน และพันธมิตรทางการค้าหลักที่สำคัญของจีนมาอย่างยาวนาน ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงและมากที่สุดจากการเปิดสัญจรของคลองผิงลู่ การเชื่อมต่อตลอดเส้นทางของคลองสายนี้ได้ปลดล็อกพลังขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับมูลค่าการค้าไทย-จีน การอัพเกรดภาคอุตสาหกรรม และการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด และผลักดันให้สินค้าเกษตรที่มีเอกลักษณ์ของไทยเข้าไปปักหลักในตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีประชากรหลายร้อยล้านคนทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้อย่างมั่นคง
การเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพสูงระหว่างคลองผิงลู่ รถไฟจีน-ลาว และขบวนรถไฟเชื่อมเส้นทางบก-ทะเลใหม่ทางภาคตะวันตก ได้ร่วมกันสร้างเส้นทางผสมผสาน “เชื่อมโยงน้ำ-บก สื่อสารสองทาง” ซึ่งช่วยยกย่องและปรับรูปโฉมข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์การค้าในภูมิภาคของไทย เปิดช่องทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์สายใหม่สู่ประเทศจีน ทำให้ไทยมีช่องทางเลือกด้านโลจิสติกส์ที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และหลากหลายยิ่งขึ้น การอาศัยเส้นทางทางน้ำสายทองคำนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยไทยเข้าถึงเค้กการพัฒนาจากการเป็นเมืองและอุตสาหกรรมในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แต่ยังสามารถอาศัยศูนย์กลางกวางซีในการแผ่ขยายอิทธิพลสู่ตลาดตอนในของจีน
นายวีรชัยกล่าวว่า จากการเปิดใช้งานคลองผิงลู่ทำให้ไทยได้เส้นทางใหม่เข้าสู่ตลาดจีนตะวันตกเฉียงใต้ที่สั้นและมีต้นทุนต่ำลง สินค้าจากไทยสามารถขนส่งทางทะเลเข้าสู่ท่าเรือบริเวณอ่าวเป่ยปู้ เช่น ท่าเรือชินโจว แล้วต่อผ่านคลองผิงลู่เข้าสู่พื้นที่ตอนในของจีนได้โดยตรงมากขึ้น แทนที่จะพึ่งเส้นทางผ่านท่าเรือจีนฝั่งตะวันออกเป็นหลัก โดยสินค้าเกษตรและอาหารสดของไทยมีโอกาสได้ประโยชน์สูงเป็นพิเศษ เช่น ทุเรียน ผลไม้สด ยางพารา อาหารแปรรูปและสินค้าเกษตร เพราะการเดินทางที่สั้นและรวดเร็วขึ้นช่วยลดเวลาขนส่ง ลดความเสียหายและเพิ่มอายุสินค้าบนชั้นวาง ซึ่งแหล่งข่าวทางการจีนระบุถึงประโยชน์ต่อสินค้าไทย เช่น คอมพิวเตอร์ ผลไม้และผลิตภัณฑ์ยาง ที่จะเข้าสู่ตลาดจีนตะวันตกเฉียงใต้ได้รวดเร็วขึ้น
และกล่าวว่า นอกจากนั้น ยังเป็นการเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยนอกเหนือจากเมืองชายฝั่งจีน จากเดิมที่การค้ากับจีนจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในเมืองชายฝั่ง การเชื่อมผ่านคลองทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดในกว่างซีและจังหวัดตอนในของจีนได้สะดวกและแข่งขันด้านราคามากขึ้น และเป็นการเสริมบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการผลิตของอาเซียน หากเชื่อมการขนส่งทางทะเลจากท่าเรือไทยกับอ่าวเป่ยปู้ และโครงข่ายทางบกในอาเซียน ไทยจะมีทางเลือกในการเชื่อมจีนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีทั้งรถไฟ ถนนและทางทะเล ทำให้ภาคธุรกิจสามารถเลือกเส้นทางตามต้นทุน เวลาและประเภทสินค้าได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
คลองผิงลู่ไม่ได้เพียงแค่ย่อระยะทางระหว่างจีนกับประเทศอาเซียนเท่านั้น แต่ยังลดระยะเวลาการขนส่งระหว่างจีนกับตลาดโลก รวมถึงอาเซียนกับตลาดโลก ทำให้การค้าระหว่างกันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานใหม่แห่งนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตร พัฒนาความร่วมมือรูปแบบใหม่ระหว่างจีนกับอาเซียน และเพิ่มมูลค่าเชิงยุทธศาสตร์ของความสัมพันธ์จีน-อาเซียนให้สูงขึ้นไปอีกด้วย

