หน้าแรก ต่างประเทศ ประธานเฟดชี้ ...

ประธานเฟดชี้ AI หนุนเศรษฐกิจโลก – ศก.สหรัฐยังแกร่ง รับแรงหนุนลงทุนหลายด้าน

16.10.26 | 12:25 น.

ประธานเฟดชี้ AI หนุนเศรษฐกิจโลก – ศก.สหรัฐยังแกร่ง รับแรงหนุนลงทุนหลายด้าน

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ กล่าวบนเวทีหารือในห้วงการประชุม 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group ในประเด็นกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่า ในปัจจุบันสหรัฐเรียกเทคโนโลยีดังกล่าวว่า Superintelligence หรือ SI ส่วนตัวมองว่าการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่นี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกใน 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือ SI ได้ส่งแรงกระแทกทางเศรษฐกิจในเชิงบวก ที่จะนำมาสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากสงครามและความขัดแย้งทางทหาร โดยจะทำให้อุปสงค์ของเศรษฐกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น ก่อนที่ผลบวกต่อด้านอุปทานจะปรากฏอย่างเต็มที่ และจะสร้างประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐในระยะยาว

ประการที่สอง SI จะทำให้ธนาคารกลางมองเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจเพื่อประเมินกระแสอัตราเงินเฟ้ออย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะทำให้สามารถประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้แม่นยำมากขึ้นด้วย สำหรับประการที่สาม SI จะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างจริงจัง แม้ในช่วง 12–18 เดือนข้างหน้า จะยังไม่ประเมินได้อย่างแน่ชัดว่า จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างไร ทว่า SI จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เส้นทางที่เราอยู่ในปัจจุบันซึ่งจะมุ่งไปสู่อนาคตก็มีความท้าทายไม่น้อย เนื่องจากเรายังไม่เข้าใจว่าโครงสร้างตลาดของเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นอย่างไร และส่งผลกระทบอย่างไรต่อผู้ลงทุน


ประธานเฟด
US Federal Reserve Chairman Kevin Warsh attends the Fireside Chat with Kristalina Georgieva, Managing Director of IMF, (not pictured) for the IMF/World Bank 2026 Annual Meetings at Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC) in Bangkok, Thailand, October 16, 2026. REUTERS/Athit Perawongmetha

วอร์ชย้ำว่า ตนมีมุมมองเชิงบวกต่อเทคโนโลยี SI แต่ต้องดำเนินควบคู่ไปกับความจริงจังในการปฏิบัติหน้าที่ ธนาคารกลางจำเป็นต้องลงทุนศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายในด้านนโยบายอย่างจริงจัง โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานด้านผลิตภาพและการจ้างงานเมื่อ 4-5 เดือนที่แล้ว โดยจะมีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นครั้งแรกในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ที่เบย์แอเรีย หวังว่าความพยายามดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่สหรัฐแต่ประเทศอื่นๆ ในกลุ่มกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ G20

ต่อประเด็นเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางการเงิน วอร์ชกล่าวว่า ธนาคารกลางหรือผู้กำหนดนโยบายระหว่างประเทศไม่ควรเข้าไปแทรกแซงสถานการณ์ความผันผวนทางการเงินทุกครั้ง แต่ควรพิจารณาว่า มีความเสี่ยงอะไรบ้างที่สามารถเกิดขึ้นและจะสามารถทำอะไรเพื่อลดกระทบเหล่านั้นได้

วอร์ชกล่าวว่า เราต่างมีความท้าทายหลายประการร่วมกัน สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความสามารถในการรองรับแรงกระแทก (resiliency) จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ในด้านปัญญาประดิษฐ์ แต่กำลังขยายตัวไปสู่ภาคส่วนต่างๆ อันส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐมีแรงส่งที่แข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นทุกภูมิภาคทั่วโลก

Advertisement

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เศรษฐกิจโลกยังคงสามารถต้านทานต่ออุปสรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อ 5-6 เดือนก่อน นอกจากนั้น ปัญญาเงินเฟ้อไม่ได้เกิดขึ้นที่ในสหรัฐเพียงแค่เท่านั้น แต่เป็นความท้าทายที่หลายประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน ทั้งนี้ นโยบายที่กำหนดโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศย่อมส่งผลกระทบต่อกันละกันด้วย พร้อมกล่าวว่า การมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้