สลด! นักดับเพลิง-อาสาสมัคร เสียชีวิต 4 ราย ขณะดับไฟป่าในอุทยานแห่งชาติภูเขาโบรโม อินโดฯ
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ว่า เหตุไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติภูเขาโบรโม บนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้นักดับเพลิงและอาสาสมัคร ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย หลังจากไฟป่าลุกลามทำให้เกิดกลุ่มควันหนาแน่นและลุกลามไปอย่างรวดเร็ว
ข่าวระบุว่า ไฟป่าที่ปะทุขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในพื้นที่เมนติเกน และปูซุง ลิงเกอร์ ของอุทยานแห่งชาติโบรโม เต็งเกอร์ เซเมรู ยอดนิยม ในอำเภอโปรโบลิงโก จังหวัดชวาตะวันออก
นายจูลส์ อับราฮัม อับบาสต์ โฆษกตำรวจจังหวัดชวาตะวันออก กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของทีมดับเพลิง 12 คน ที่ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ สมาชิกหน่วยดับเพลิงชุมชน และอาสาสมัครท้องถิ่น ที่พยายามควบคุมไฟป่าเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา
อับบาสต์ กล่าวว่ว ลมที่กระโชกแรงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วผ่านพืชพรรณที่แห้งแล้ง และเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. นักดับเพลิงที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกเขตอันตราย ได้รับโทรศัพท์ฉุกเฉินจากเพื่อนร่วมงานที่ติดอยู่ในกลุ่มควันหนาทึบ และเปลวไฟที่กำลังลุกลาม
อับบาสต์ เปิดเผยว่า ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะพบร่างผู้เสียชีวิต 3 ราย และผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย บริเวณจุดอพยพ ก่อนที่หนึ่งในผู้บาดเจ็บจะเสียชีวิตขณะรับการรักษา
ขณะที่อาสาสมัคร 2 คน ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสจากไฟไหม้ ส่วนอีก 6 คน หนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคม ที่เผาผลาญพื้นที่ทุ่งหญ้าและพืชพรรณ เกือบ 9 ตารางกิโลเมตร รวมถึงดอกเอเดลไวส์ที่ได้รับการคุ้มครองในอุทยานด้วย
นางอัสมีดา ริซกี ซิเรการ์ ผู้บัญชาการตำรวจโปรโบลิงโก กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ภูเขาสูงที่ห่างไกล ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก และเจ้าหน้าที่ได้เริ่มการสอบสวนเกี่ยวกับการเสียชีวิตรวมถึงความประมาทหรือการกระทำผิดทางอาญา ว่าเป็นปัจจัยที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานและสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต
ข่าวระบุว่า การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่อินโดนีเซียกำลังเร่งความพยายามในการต่อสู้กับไฟป่าและไฟที่เผาพื้นที่เกษตรกรรม ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้ฤดูแล้งที่ยาวนานทวีความรุนแรงขึ้น โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบยังรวมถึงการเผาป่าเพื่อแผ้วถางพื้นที่บนเกาะบอร์เนียวของอินโดนีเซีย และบางพื้นที่ของเกาะสุมาตรา ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอินโดนีเซีย ซึ่งล่าสุดได้รับการช่วยเหลือจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว
กระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซีย บันทึกจุดความร้อนได้ถึง 799 จุดทั่วประเทศ เมื่อเย็นวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา จาก 372 จุดในวันก่อนหน้า โดยกว่า 3 ใน 4 ของจุดความร้อนเหล่านี้ กระจุกตัวอยู่ใน 6 จังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าบนเกาะสุมาตราและบอร์เนียว
ทั้งนี้ หมอกควันพิษ ได้ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยควันได้ลอยไปไกลถึงประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 800 กิโลเมตร
ขณะที่มาเลเซีย ต้องสั่งปิดโรงเรียนหลายร้อยแห่งในหลายรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เนื่องจากคุณภาพอากาศที่แย่ลงเพราะควันไฟจากอินโดนีเซีย
ด้านสิงคโปร์ เรียกร้องให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นเกี่ยวกับปัญหาหมอกควัน โดยนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนนตรีสิงคโปร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวกับไฟป่าและไฟป่าพรุในอินโดนีเซีย ที่ทำให้หมอกควันรุนแรงขึ้น และจะดำเนินการตามกฎหมายมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนของสิงคโปร์ หากจำเป็น



