หน้าแรก ต่างประเทศ ที่ปรึกษาคลัง...

ที่ปรึกษาคลังสหรัฐ ไล่ IMF กลับไปดูการคาดการณ์ของตัวเองว่าผิดพลาดแค่ไหน ก่อนมาวิจารณ์สหรัฐ

16.10.26 | 15:32 น.

ที่ปรึกษาคลังสหรัฐ ไล่ IMF ไปตรวจสอบประวัติการคาดการณ์ของตัวเองว่าผิดพลาดแค่ไหน ก่อนมาวิจารณ์นโยบายสหรัฐ

เดวิด เซอร์วอส ที่ปรึกษาคนใหม่ของรัฐมนตรีคลัง สหรัฐ ไล่ ไอเอ็มเอฟ ไปตรวจสอบประวัติการคาดการณ์ของตัวเองก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการคลังของสหรัฐ

CNBC รายงานว่า เดวิด เซอร์วอส ที่ปรึกษาคนใหม่ของรัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับ CNBC ผ่านทางอีเมล์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ควรจะตรวจสอบประวัติการคาดการณ์ของตัวเองก่อนที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการคลังของสหรัฐ


โดยเซอร์วอส บอกว่า “เมื่อเราได้เห็นบทความเกี่ยวกับไอเอ็มเอฟ เราควรจำไว้ว่า การคาดการณ์ของพวกเขาในอดีตนั้น ผิดพลาดเพียงใด”

เซอร์วอส ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ของวอลสตรีท ได้ตอบโต้คำเตือนจาก “คริสตาลินา กอร์เกียวา” กรรมการผู้จัดการของไอเอ็มเอฟ ที่กล่าวไว้ในการประชุมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้หนี้ของรัฐบาลกลางที่เพิ่มขึ้นอยู่ในขณะนี้ อยู่ในระดับที่ยั่งยืนได้

โดยกอร์เกียวา ได้ตอบโต้คำพูดของสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่กล่าวกับ CNBC เมื่อเดือนสิงหาคมว่า สหรัฐสามารถขยายตัวทางเศรษฐกิจเพื่อหลุดพ้นจากวิกฤตสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ที่เพิ่มสูงขึ้นได้ หลังจากยอดหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐ พุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

ทั้งนี้ เซอร์วอส ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้ากลยุทธ์ตลาดของ เจฟเฟอรีส์ กล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมว่า ปี 2008 รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟ คาดการณ์การเติบโตโลกไว้ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ แต่กลายเป็นว่า โลกประสบกับการหดตัวทางเศรษฐกิจโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอีก 1 ปีต่อมา เราเห็นมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปี 1997 ก่อนที่จะเกิดการล่มสลาย

“เราเห็นพวกเขาแสดงมุมมองเชิงลบอย่างมากต่อรัสเซีย เมื่อปี 2022 แต่ในความเป็นจริง รัสเซียแทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก่อนจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง นอกจากนี้ เรายังเห็นพวกเขาแสดงมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อ อาร์เจนตินา หลังจากมีการให้เงินช่วยเหลือครั้งใหญ่ถึง 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่พอถึงปี 2020 อาร์เจนตินา กลับเข้าสู่ภาวะผิดนัดชำระหนี้อีกครั้ง

ประวัติศาสตร์ในลักษณะนี้ยังมีตัวอย่างอื่นๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของกรีซ หรือการที่เคยประเมินว่า ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวเท่านั้น” เซอร์วอส กล่าว และว่า “ดังนั้น จึงควรรับฟังข้อมูลเหล่านี้ด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณ”

รายงานระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเตือนว่า ภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น และการขาดดุลงบประมาณจำนวนมหาศาลของสหรัฐ กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะนำไปสู่วงจรหนี้สินที่ไม่สามารถจัดการได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันว่า สหรัฐ จะเผชิญกับวิกฤตทางการคลังอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่

คริสตาลินา กอร์เกียวา” กรรมการผู้จัดการของไอเอ็มเอฟ ได้ออกคำเตือนในลักษณะเดียวกัน ไปยังประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ เกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับปรุงสถานะทางการคลัง โดยเธอกล่าวกับ CNBC เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า ข้อความที่เธอส่งถึงฝรั่งเศส ก็คือ “จงจัดการกับปัญหาภายในบ้านของตนเองให้เรียบร้อย”

ขณะที่สถาบันทางเศรษฐกิจอื่นๆ ต่างก็ออกมาส่งสัญญาณเตือนถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในการชำระหนี้ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงกว่า 365 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ระบุไว้ในรายงานฉบับเดือนกันยายนว่า “วงจรอุบาทว์ระหว่างการเลือกตั้งกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินด้วยมาตรการระยะสั้นแบบฉาบฉวย” กำลังบั่นทอนความสามารถในการจัดสรรงบประมาณเพื่อบริการสาธารณะต่างๆ