หน้าแรก ต่างประเทศ เขมรอายัดทรัพ...

เขมรอายัดทรัพย์สินกว่า 3 หมื่นล้าน ที่เกี่ยวข้องกับ ‘ปรินซ์ กรุ๊ป’ ขอตร.สากลตามตัวหัวหน้าแก๊ง 29 คน

22.10.26 | 17:08 น.
เฉิน จื้อ
phnompenhpost.com

เขมรอายัดทรัพย์สินกว่า 3 หมื่นล้าน ที่เกี่ยวข้องกับ ‘ปรินซ์ กรุ๊ป’ ขอตร.สากลตามตัวหัวหน้าแก๊ง 29 คน

พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า ทางการกัมพูชา ประกาศว่า ได้อายัดทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.37 หมื่นล้านบาท) ที่เกี่ยวข้องกับ ปรินซ์ กรุ๊ป ขณะเดียวกันก็ได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจสากล (INTERPOL) เพื่อติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นหัวหน้าแก๊ง 29 คน ที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีฉ้อโกงและฟอกเงินโดยใช้เทคโนโลยีที่กำลังดำเนินการอยู่

นายฉาย สินาริท รัฐมนตรีอาวุโส รองประธานถาวรและหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามการฉ้อโกงทางเทคโนโลยีของกัมพูชา (CCTC) (หรือที่รู้จักกันในชื่อคณะกรรมการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ / CCOS) เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะโพสต์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ระบุบริษัทที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทปรินซ์ กรุ๊ป จำนวน 198 บริษัท รวมถึง 98 บริษัทที่จดทะเบียนในกัมพูชา และอีก 100 บริษัท ที่ดำเนินงานในต่างประเทศ


นายฉาย กล่าวว่า เนื่องจากขนาดและความซับซ้อนของคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินงานทั้งในและนอกกัมพูชา การสืบสวนจึงดำเนินมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

ตามคำกล่าวของนายฉาย ทางการกัมพูชา ได้ระบุตัวนาย เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ปรินซ์ กรุ๊ป และผู้ร่วมงานของเขาว่า เป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีนี้ ซึ่งศาลกำลังดำเนินการสืบสวนกลุ่มบริษัท ปรินซ์ กรุ๊ป ต่อไป ในข้อหาฉ้อโกงอย่างร้ายแรง ที่กระทำโดยกลุ่มองค์กรและการฟอกเงินอย่างร้ายแรง
นายฉาย กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้อาคารและสถานที่ตั้งกาสิโน ที่ดำเนินกิจการภายใต้ชื่อบริษัทในเครือ ปรินซ์ กรุ๊ป เป็นฉากหน้าในการปกปิดปฏิบัติการฉ้อโกงออนไลน์

จนถึงขณะนี้ ศาลกัมพูชาได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 32 ราย และสั่งให้บุคคลอีก 4 ราย อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศาล นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนกำลังเร่งระบุตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก5 ราย พร้อมทั้งติดตามทรัพย์สินที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว

Advertisement

นายฉาย ยืนยันว่า ตัวการสำคัญ 6 ราย ได้แก่ เฉิน จื้อ , หลี่ ซง , หลิว อิน , เอ็ง ดารา , เอียง ซกลิม และ หวง หรง ถูกจับกุมและส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในชั้นศาลแล้ว

นอกจากนี้ ทางการกัมพูชาได้เริ่มดำเนินการเพื่อขอออกหมายแดง ขององค์การตำรวจสากล สำหรับบุคคลอื่นๆอีกอย่างน้อย 29 ราย ที่หลบหนีไปต่างประเทศ โดยกำลังขอความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อช่วยในการระบุตัวตนและติดตามจับกุมบุคคลเหล่านี้

หัวหน้าหน่วย CCTC กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของกัมพูชาในการติดตามผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว และเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

นายฉายกล่าวด้วย พนักงานสอบสวนกำลังทำงานร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ หรือ เอฟบีไอ , กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน และพันธมิตรระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับใช้ในกระบวนการยุติธรรม

นอกเหนือจากการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว ทางการกัมพูชา ยังดำเนินการตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินที่คาดว่าเป็นผลที่ได้จากการกระทำความผิด หรือเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเอื้อต่อกิจกรรมฉ้อโกงอีกด้วย โดยนายฉายกกล่าว ศาลกัมพูชาได้มีคำสั่งอายัดเงินในบัญชีธนาคารมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีของ ปรินซ์ กรุ๊ป รวมถึงอาคาร กาสิโน อสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง และทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ภายใต้คำสั่งอายัดของศาล

ซึ่งขณะนี้ทางการกำลังพิจารณาข้อกำหนดทางกฎหมายและหลักฐานประกอบ เพื่อกำหนดแนวทางการจัดการทรัพย์สินดังกล่าวในระหว่างที่รอคำวินิจฉัยเพิ่มเติมจากศาล โดยมาตรการเหล่านี้อาจรวมถึงการนำทรัพย์สินดังกล่าวมาอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐเป็นการชั่วคราว หรือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ตกเป็นของรัฐอย่างถาวร