ฮูตีถล่มซาอุฯ ทำน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 เดือน หวั่นลงทุน AI ฉุดหุ้นร่วง
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม หลังรายงานผลประกอบการของ Meta ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายลงทุนมหาศาลเพื่อขยายธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนหันกลับไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน หลังกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางเพิ่มเติม โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น 4% หรือเพิ่มขึ้น 4.35 ดอลลาร์สหรัฐ มาปิดที่ 113.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 2.32 ดอลลาร์ หรือ 2.4% มาปิดที่ 99.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ดัชนี Nasdaq ซึ่งได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มชิป ลดลง 2.6% ถือเป็นการร่วงลงรายวันที่รุนแรงที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนี MSCI All-World ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกลดลง 1.3%
ก่อนหน้านี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในกรุงโซล กรุงโตเกียว อัมสเตอร์ดัม และปารีส ต่างปรับตัวลดลงเช่นกัน
หุ้นของ Meta Platforms ร่วงลง 7% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม แม้ว่ารายได้ในไตรมาส 3 ของบริษัทสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ Meta ระบุว่าบริษัทมีแผนออกหุ้นชนิดไม่มีสิทธิออกเสียง ซึ่งแผนดังกล่าวได้ปลุกความกังวลขึ้นมาอีกครั้งเกี่ยวกับภาระด้านการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัท รวมถึงความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านลงทุนจำนวนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ด้าน AI
ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการใช้จ่ายลงทุนด้าน AI ร่วงลง 6.7% นับเป็นการปรับตัวลดลงในวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน
ขณะที่หุ้น Tesla ซึ่งรายงานผลประกอบการและปรับลดประมาณการใช้จ่ายลง ก็ปรับตัวลดลง 3.1% โดยรอยเตอร์รายงานว่า คนวงในบางส่วนของเทสลาแสดงความกังวลว่า การที่อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการกับ SpaceX อาจนำไปสู่การตรจสอบจากผู้ถือหุ้นอย่างเข้มข้นขึ้น และทำให้การเจรจาข้อตกลงมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยหุ้น SpaceX ก็ปิดตลาดลดลง 9%
ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.89 จุด มาอยู่ที่ 52,867.98 จุด ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 93.74 จุด หรือ 1.2% มาอยู่ที่ 7,663.43 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลดลง 694 จุด หรือ 2.6% มาอยู่ที่ 26,008.86 จุด
ดัชนี MSCI World Index ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับตัวลดลง 14.95 จุด มาอยู่ที่ 1,122.93 จุด ถือเป็นการปรับตัวลดลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ปรับตัวลดลง 1.05%
ด้านราคาทองคำไม่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาปิดทรงตัวอยู่ที่ 4,021.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์ หลังจากที่ร่วงลงเกือบ 3% ก่อนหน้านี้

