ผู้นำคิมใช้สะพานใหม่ กลับเกาหลีเหนือ หลังชมอนุสรณ์สถานสงครามในจีน ย้ำสัมพันธ์สุดแน่นแฟ้น
สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางจากจีนกลับประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม หลังจากเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสงครามเกาหลี ในเมืองตานตง ซึ่งเป็นเมืองชายแดนจีน
ผู้นำคิมเดินทางเยือนเมืองดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ และข้ามสะพานแห่งใหม่ซึ่งเชื่อมเกาหลีเหนือกับจีนที่เพิ่งเปิดใช้งาน โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลของทั้งสองประเทศในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้า

เคซีเอ็นเอเน้นย้ำถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการเยือนครั้งนี้ โดยบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่าเป็นสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจทำลายได้ ซึ่งก่อร่างขึ้นจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496
เคซีเอ็นเอรายงานด้วยว่า ระหว่างการเยือนผู้นำคิมกล่าวว่า ประชาชนเกาหลีเหนือจะจดจำช่วงเวลาแห่งการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนจีนตลอดไป และจะถ่ายทอดความสำนึกในบุญคุณจากรุ่นสู่รุ่นไปยังประชาชนจีน ผู้ซึ่งได้ช่วยเหลือการปฏิวัติของเราด้วยเลือดเนื้อของพวกเขา

การเยือนครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งใหม่ของจีนและเกาหลีเหนือในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะเดินทางเยือนภูมิภาคนี้ในเดือนหน้า นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ทางการทูตอย่างซับซ้อนและการรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจของเกาหลีเหนือ ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้กระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับรัสเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
คิมเดินทางไปเยือนชม “หอรำลึกสงครามต่อต้านการรุกรานของสหรัฐ และช่วยเหลือเกาหลี” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองตานตงบริเวณพรมแดนจีน โดยมีหวัง ฮู่หนิง เจ้าหน้าที่ระดับสูงอันดับ 4 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นผู้นำชม พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงคิม โย จอง น้องสาวของคิม และชเว ซอน ฮุย รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ

คิมเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน เพื่อเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางทหาร ขณะที่สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เคซีเอ็นเอรายงานว่า ในระหว่างที่ชมทัศนียภาพจากจุดกึ่งกลางของสะพานที่เพิ่งเปิดใช้งานใหม่นี้ นายคิม จอง อึน ได้แสดงความคาดหวังว่า สะพานแห่งนี้จะสามารถทำหน้าที่ตามภารกิจทางประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ นั่นคือการเชื่อมโยงประเทศทั้งสองเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งหลอมรวมจิตใจของประชาชนทั้งสองประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง
ในทางเทคนิค เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 สิ้นสุดลงด้วยการลงนามในข้อตกลงสงบศึก ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ


