ผู้ไกล่เกลี่ย ตบเท้าคุยอิหร่าน มุ่งตัดไฟสู้รบระลอกใหม่ หลังทรัมป์-เนทันยาฮู ชงเข้มหวังผลเลือกตั้ง
ความพยายามยุติสงครามความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยังคงเดินหน้าต่อไป โดยมีรายงานล่าสุดอ้างเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคตะวันออกกลางระบุว่า คณะผู้แทนระดับสูงจากปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี กำลังอยู่ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านในวันจันทร์(26 ต.ค.) เพื่อมุ่งสกัดป้องกันไม่ให้เกิดการสู้รบระลอกใหม่อย่างเต็มรูปแบบที่ส่อแววจะเกิดขึ้นอีก หลังจากผู้นำสหรัฐและอิสราเอลต่างข่มขู่อิหร่านที่ดุดันรุนแรงมากขึ้นในการกระพือไฟสงคราม ก่อนหน้าที่ทั้งสองประเทศกำลังจะมีการเลือกตั้งภายในประเทศเกิดขึ้น ในขณะที่ผู้นำอิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวไม่ยอมจำนน
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า จอมพลอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีกลาโหมของซาอุดีอาระเบีย และนายอิบราฮิม คาลิน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของตุรกี มีกำหนดจะพบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงและคณะผู้เจรจาของอิหร่าน เพื่อผลักดันให้เกิดข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยตัวระบุว่า ประเด็นสงครามในเยเมนและการโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยังเป็นหัวข้อสำคัญที่จะถูกหยิบยกมาหารือในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
เจ้าหน้าที่อิหร่านอีกรายหนึ่งก็ได้ให้การยืนยันถึงการมาเยือนของคณะผู้แทนระดับสูงดังกล่าว
ขณะที่ซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ระบุว่า คณะผู้แทนต่างๆ หวังที่จะหาแนวทางในการลดความตึงเครียด เสริมสร้างความมั่นคงและส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ได้
ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ในภูมิภาครายหนึ่งเปิดเผยว่า คณะผู้ไกล่เกลี่ยของกาตาร์อยู่ในกรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ โดยทำงานร่วมกับสหรัฐ ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะลดความตึงเครียดในภูมิภาค
ทั้งนี้ปากีสถานและกาตาร์ได้ช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาทำข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อให้เรือต่างๆ สัญจรผ่านได้ตามปกติ ยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐ และเปิดการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทว่าข้อตกลงดังกล่าวได้ล่มลงอย่างรวดเร็วเมื่อทั้งสองฝ่ายกลับมาเปิดฉากโจมตีแลกกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ภายใต้ความกังวลว่าการสู้รบเต็มรูปแบบอาจเกิดขึ้นอีกครั้งได้ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่สงครามอิหร่านกลายเป็นประเด็นหวังผลทางการเมืองนั้น นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เตหะรานยังไม่ได้ปิดช่องทางทางการทูตและมีการส่งข้อความไปยังสหรัฐผ่านทางตัวกลาง แต่ดูเหมือนว่าสหรัฐจะยังคงยืนกรานในข้อเรียกร้องฝ่ายเดียวต่อไปและทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่สหรัฐต่างใช้คำว่า “การยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง” อยู่บ่อยครั้งนั้น ไม่มีชาวอิหร่านคนใดยอมรับได้
ขณะเดียวกัน นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้กล่าวย้ำเตือนเมื่อวันอาทิตย์ โดยอ้างข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองว่า อิหร่านหรือกลุ่มตัวแทนของอิหร่านอาจก่อเหตุโจมตีในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เพื่อขัดขวางกระบวนการลงคะแนนเสียงของอิสราเอล และว่า กองทัพอิสราเอลมีความพร้อมทั้งในการป้องกันตนเองและการตอบโต้
เมื่อถูกถามถึงประเด็นข้างต้นว่าอิหร่านกำลังวางแผนโจมตีอยู่หรือไม่ โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวในวันจันทร์เพียงว่า ระบอบอิสราเอลมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการสร้างสถานการณ์ และว่า อิหร่านจะไม่ลังเลที่จะใช้สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง เพื่อปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความเป็นอิสระของอิหร่าน
นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์สู้รบในเยเมนที่ ยาห์ยา ซารี โฆษกกองทัพของกลุ่มกบฎฮูตี แถลงในเช้าวันจันทร์ว่า กลุ่มตนได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารและคลังอาวุธของกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ซาอุดีอาระเบียให้การสนับสนุน ตั้งอยู่ในเมืองเอเดนและจังหวัดลาห์จ ซึ่งสามารถทำลายยุทโธปกรณ์ทางทหารของฝ่ายตรงข้ามได้และทำให้มีผู้เสียชีวิตด้วย แต่ไม่ได้มีการแสดงหลักฐานยืนยัน

