โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : มอง 3 เลือกตั้ง 3 ภูมิภาค อิสราเอล-สหรัฐ-
เซอร์เบีย
นับเป็นปรากฎการณ์ที่น่าจับตา เมื่อประเทศใน 3 ภูมิภาคของโลก ได้แก่ อิสราเอลในตะวันออกกลาง สหรัฐในทวีปอเมริกา และเซอร์เบียในยุโรป มีกำหนดการเลือกตั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แม้คูหาเลือกตั้งจะถูกคั่นด้วยระยะทางและเส้นแบ่งเขตแดน ผลลัพธ์จากการเลือกตั้งดังกล่าวกลับส่งแรงกระเพื่อมสำคัญต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
อิสราเอล
การเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงถึง 77.7% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด นับเป็นอัตราการออกมาใช้สิทธิ์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1999 โดยนายกาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) นำพรรคพรรคยาชาร์ ลงสนามแข่งขันท้าชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายเบนจามิน เนทันยาฮู จากพรรคลิคุด อย่างไรก็ดี ผลการเลือกตั้งดังกล่าวกลับนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางการเมือง เมื่อไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากในสภาคเนสเซ็ทที่มีจำนวน 120 ที่นั่งได้
ขั้วการเมืองของเนทันยาฮูสามารถกวาดที่นั่งไปได้ 53 ที่นั่ง ลดลงจากจำนวน 68 ที่นั่งในรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่ขั้วการเมืองของไอเซนคอตได้รับ 48 ที่นั่ง และกลุ่มพันธมิตรพรรคอาหรับ จอยต์ลิสต์และราอัม ได้ไป 19 ที่นั่ง ส่งผลให้กลุ่มการเมืองนี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญโดยปริยาย ทั้งนี้ เนทันยาฮูประกาศกร้าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคอาหรับเป็นสิ่งต้องห้าม ขณะที่พรรคลิคุดออกแถลงการณ์ด้วยว่า เกิดการโกงการเลือกตั้งขึ้นในอิสราเอล โดยได้มีการแทรกแซงการเลือกตั้งเพื่อเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามามีอำนาจในสภาคเนสเซ็ท เพื่อผลักดันให้อิสราเอลกลายเป็นรัฐอิสลามและโค่นล้มรัฐบาลฝ่ายขวา
ด้านไอเซนคอตต์ก็ได้แสดงจุดยืนที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยกล่าวว่า จะจับมือกับพรรคการเมืองที่ยอมรับว่าอิสราเอลเป็นรัฐยิวและยึดมั่นในค่านิยมตามปฏิญญาอิสรภาพแห่งอิสราเอล ตลอดจนในหลักการที่กำหนดให้ชาวอิสราเอลปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ
สถานภาพทางการเมืองในลักษณะนี้ทำให้ฉากทัศน์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ การจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรวมฝ่ายการเมืองที่แตกต่างกัน กระนั้นก็ดี ไอเซนคอตแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่มีเนทันยาฮูเป็นผู้นำ โดยการกระทำเช่นนั้นถือเป็นการทรยศต่อประชาชนที่มีความประสงค์ให้เนทันยาฮูพ้นจากอำนาจ
ซีเอ็นเอ็นวิเคราะห์อีกฉากทัศน์ที่มีความเป็นไปได้คือ การจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซ็อก จะมอบหมายให้ผู้นำพรรคคนใดคนหนึ่งเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีแนวโน้มว่าพรรคการเมืองอาหรับจะสนับสนุนให้ไอเซนคอตเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลคนแรก ภายใต้กรอบระยะเวลา 28 วัน และสามารถขอขยายเวลาได้อีก 14 วัน หากล้มเหลว โอกาสจะตกเป็นของผู้นำพรรคคนอื่นต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่มีฝ่ายใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ อิสราเอลก็จำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
ในช่วงที่อิสราเอลเผชิญภาวะสุญญากาศทางการเมือง เนทันยาฮูจะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการ เจมส์ แลนเดล ผู้สื่อข่าวของบีบีซี ระบุในบทความ ‘Israel and the US are both going to the polls – the consequences will be global’ ไว้ว่า ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง เนทันยาฮูได้ย้ำถึงความจำเป็นในการโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน และอาจเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ผู้นำด้านความมั่นคงที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023
สหรัฐ
สหรัฐมีกำหนดการจัดตั้งเลือกกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 435 ที่นั่ง และสมาชิกวุฒิสภา 35 ที่นั่ง จาก 100 ที่ โดยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางทางการเมืองของสหรัฐ เพราะนอกเหนือจากที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าชาวอเมริกันพึงพอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์มากน้อยเพียงใดแล้วนั้น ยังส่งผลต่อความคล่องตัวของการดำเนินนโยบายของรัฐบาล หากพรรครีพับลิกันยังรักษาเสียงข้างมากที่มีมากกว่าอย่างฉิวเฉียดไว้ได้ การผลักดันกฎหมายต่างๆ ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ในกรณีที่ไม่เป็นเช่นนั้น ก็อาจทำให้การผ่านกฎหมายเผชิญอุปสรรค จนเกิดภาวะชะงักงันในสภาได้
สงครามกับอิหร่านที่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนสร้างความผันผวนอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของทรัมป์อย่างมีนัยสำคัญ ดิอินดีเพนเดนต์รายงานว่า จากการสำรวจของศูนย์วิจัยพิว คะแนนนิยมของทรัมป์เมื่อต้นเดือนตุลาคมลดลงเหลือเพียง 30% ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การเริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ทั้งยังเป็นคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่ต่ำที่สุดของประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน ในปี 1946 ด้วย
อย่างไรก็ตาม ความนิยมของพรรคเดโมแครตในหมู่ชาวอเมริกันก็ยังคงง่อนแง่น แม้ว่าอดีตประธานาธิบดี
บารัก โอบามา จะลงพื้นที่ช่วยพรรคหาเสียงด้วยตนเองที่รัฐโอไฮโอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่งเมื่อการวิเคราะห์ข้อมูลการลงคะแนนล่วงหน้าของเอพี พบว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งก่อน โดยมีชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้ามากขึ้นหลายล้านคน โดยเฉพาะในรัฐที่มีการแข่งขันชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาอย่างเข้มข้น รัฐเท็กซิสเป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา มีชาวเท็กซัสออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วกว่า 6.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 4.2 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นถึง 50% สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของชาวอเมริกัน
การเลือกตั้งของสหรัฐและอิสราเอลเปรียบเสมือนเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันกันอย่างยิ่งยวด แลนเดนให้ข้อมูลไว้ในบทความว่า มีชาวอิสราเอลประมาณ 500,000 คนที่ถือพาสปอร์ตสหรัฐ และสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งในสองประเทศได้ เช่น ในรัฐมิชิแกน คาดว่า จะมีบัตรเลือกตั้งนอกประเทศจากอิสราเอลประมาณ 10,000 ใบ
พร้อมวิเคราะห์อีกว่า สืบเนื่องจากการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้น ทรัมป์ได้เข้าแทรกแซงเพื่อยับยั้งไม่ให้เนทันยาฮูโจมตีอิหร่านก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อผลคะแนน ทั้งนี้ เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง ทรัมป์จะไม่มีข้อจำกัดทางการเมืองอีกต่อไป ทำให้มีแนวโน้มสูงว่า สหรัฐจะโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ เพื่อสร้างมรดกทางการเมืองและความสำเร็จในฐานะประธานาธิบดีของประเทศ
เซอร์เบีย
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายอเล็กซานดาร์ วูชิช ผู้นำเซอร์เบียจากพรรคก้าวหน้าเซอร์เบีย (SNS) ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2017 และเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2014 ถึง 2017 ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อขบวนการเคลื่อนไหวที่นำโดยนักศึกษา ที่ใช้เวลาถึงสองปีในการประท้วงต่อต้านรัฐบาล
ในการยอมรับความพ่ายแพ้ และการยอมจำนนละทิ้งการกุมอำนาจทางการเมืองเกือบเบ็ดเสร็จเป็นเวลานานถึง 14 ปี วูชิชกล่าวว่า จากการประเมินของพรรค SNS กลุ่ม Students’ List คาดว่าจะได้ที่นั่งในรัฐสภาระหว่าง 135–140 ที่นั่ง ขณะที่พรรค SNS ของเขาจะได้ประมาณ 105 ที่นั่ง จากจำนวนเก้าอี้ทั้งหมด 250 ที่
ก่อนหน้านี้ วูชิชพยายามหวนกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกือบครบ 2 สมัย โดยได้ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้ตนเองลงสมัครเลือกตั้งเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ เหตุหลังคาของสถานีรถไฟในเมืองโนวีซาดพังถล่มลงมาในปี 2024 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 16 ราย จุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาล โดยผู้ประท้วงกล่าวโทษว่า สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในของเซอร์เบียนับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของภูมิภาค เพราะวูชิชเป็นพันธมิตรคนสำคัญของนายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งได้เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียในหลายมิติ ตั้งแต่เศรษฐกิจ การเมืองและกลาโหม
รอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียมองว่าเซอร์เบียภายใต้การนำของวูชิชเป็นปราการในการสกัดกั้นความพยายามของสหภาพยุโรป (อียู) ที่ต้องการปิดล้อมและลงโทษรัสเซียจากการทำสงครามยูเครน โดยเซอร์เบียเป็นผู้จัดซื้อก๊าซธรรมชาติในปริมาณมหาศาลจากก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และแม้ว่าเซอร์เบียจะมีเป้าหมายที่จะเข้าเป็นสมาชิกอียู แต่ก็ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่อียูสนับสนุน เพื่อตอบโต้กรณีสงครามยูเครนแต่อย่างใด
การเลือกตั้งภายในของอิสราเอล สหรัฐและเซอร์เบีย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ล้วนแต่มีนัยสำคัญต่อพลวัตการเมืองระหว่างประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของโลกในระยะต่อไป

