หุ้นสหรัฐร่วงระนาว Nasdaq ดิ่ง 2.8% ดาวโจนส์ทรุด 650 จุด
ยาฮูไฟแนนซ์ระบุเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังจากที่ Amazon และ Alphabet รายงานผลประกอบการที่ไม่ตรงตามเป้าหมาย ส่งผลให้เกิดความกังวลในการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าจะสามารถเติบโตไปได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
ดัชนี Nasdaq ร่วงลง 2.8% จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลง Dow 1.2% หรือมากกว่า 650 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 2% พร้อมกันนี้มูลค่าหุ้น Amazon ลดลง 2% ขณะที่หุ้น Alphabet ยังคงสูญเสียมูลค่าตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักที่สุดในรอบกว่า 20 ปี
Intel เผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยราคาหุ้นดิ่งลง 29% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด หลังบริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
สำหรับภาพรวมตลอดทั้งเดือน ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% ขณะที่ Nasdaq ลดลง 5.2% และ S&P 500 ทรุดตัว 1.2% โดยเดือนตุลาคมถือเป็นเดือนที่ Nasdaq ทำผลงานย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025
นอกจากนี้ ราคา Bitcoin ยังร่วงลงมากกว่า 2% หลังจากที่ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทรายใหญ่ของโลก ถูกแฮกเกอร์แฮกสินทรัพย์มูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นบางกลุ่มที่ปรับตัวโดดเด่นสวนทางตลาด ได้แก่ ExxonMobil และ Chevron ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในระยะเวลาชั่วคราว อันเป็นผลมาจากการที่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่งรายงานผลกำไร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างกำไรในการกลั่นน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน AstraZeneca บริษัทเวชภัณฑ์และยารายใหญ่ ก็รายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนตลาดเปิดเช่นกัน
นอกจากนั้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ขึ้นไปแตะระดับ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

