จับตาศึกเลือกตั้งสหรัฐ 3 พ.ย. อเมริกันใช้สิทธิโหวตแล้ว 52 ล้าน โพลชี้เดโมแครต คะแนนนำรีพับลิกัน
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกัน ซึ่งมีจำนวนเกือบ 250 ล้านคน เตรียมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาซีเนต หรือ วุฒิสมาชิก(สว.) จำนวน 35 ที่นั่งจากทั้งสิ้น 100 ที่นั่ง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ทั้งสิ้น 435 ที่นั่ง ซึ่งขณะนี้พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยในทั้งสองสภา โดยการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จะเป็นการตัดสินว่าพรรครีพับลิกันจะยังสามารถกุมเสียงข้างมากในทั้งสองสภาไว้ได้ต่อไปหรือไม่ หรือพรรคเดโมแครตจะสามารถพลิกกลับมาชนะครองเสียงข้างมากได้
ทั้งนี้ปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาอยู่เพียงเล็กน้อย โดยหากพรรคเดโมแครตกลับมาควบคุมทั้งสองสภาได้ ก็อาจจะสามารถขัดขวางวาระการออกกฎหมายใดๆ ของทรัมป์ในช่วง 2 ปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาได้ รวมถึงการเปิดฉากการสอบสวนรัฐบาลทรัมป์ซึ่งขณะนี้ได้รับการร่วมมือจากเสียงส่วนใหญ่ในพรรครีพับลิกัน ในขณะที่ทำเนียบขาวได้เตรียมการที่จะดำเนินการตามวาระบางส่วนของทรัมป์โดยไม่ต้องอาศัยความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการภาษีเพื่อกดดันประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ด้วย
อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าพรรคเดโมแครตกำลังเจอปัญหาท้าทายจากการที่นางเฮลีย์ สตีเวนส์ ส.ส.พรรคเดโมแครต ซึ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐมิชิแกนให้กับ นายอับดุล เอล-ซาเยด ผู้สมัครเพื่อชิงเก้าอี้สว.รัฐมิชิแกนนั้น กลับไปประกาศสนับสนุนนายไมก์ โรเจอร์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน อันเป็นพรรคคู่ปรับ ซึ่งกลายเป็นการเพิ่มความได้เปรียบอย่างไม่คาดคิดให้กับพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่รีบออกมาฉวยโอกาสขยี้ปมรอยร้าวภายในพรรคเดโมแครตครั้งนี้เสียเลยด้วยการชวนนางสตีเวนส์เข้าร่วมกับพรรครีพับลิกัน
ขณะที่ข้อมูลจาก Election Lab แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาระบุว่า ในศึกเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ มีชาวอเมริกันมากกว่า 52 ล้านคนได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งด้วยการไปลงคะแนนด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอม และเพิ่มขึ้นจากจำนวนเกือบ 46 ล้านคนที่เคยออกมาใช้สิทธิก่อนวันเลือกตั้งจริงในปี 2022
ด้านสำนักข่าวอัลจาซีรายงานผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันล่าสุดเกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ที่จัดทำโดย RealClearPolling พบว่า พรรคเดโมแครตยังคงนำพรรครีพับลิกันอยู่ 51.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 43.1 เปอร์เซ็นต์
ส่วนผลสำรวจระดับชาติของ THP/MM ที่จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 28 และ 29 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าพรรคเดโมแครตนำอยู่ 54 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 41 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผลสำรวจของ Emerson College ที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าพรรคเดโมแครตนำพรรครีพับลิกันอยู่ 10 จุด
นาตาลี แจ็กสัน นักวิเคราะห์การเมืองและนักสำรวจความคิดเห็น กล่าวกับอัลจาซีราว่า ผลโพลสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อทรัมป์และภาวะเศรษฐกิจ
“ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมค่อนข้างเอื้ออำนวยต่อพรรคเดโมแครต ประธานาธิบดีไม่เป็นที่นิยมอย่างมาก ชาวอเมริกันรู้สึกถึงความเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากภาษีนำเข้าและสงครามในอิหร่าน และความรู้สึกโดยทั่วไปคือพรรครีพับลิกันไม่ได้ทำอะไรให้ประสบความสำเร็จในช่วงสองปีที่ผ่านมา”

