สหรัฐใช้การทูตสันติภาพเป็นเครื่องมือ เข้าถึงแร่หายากเมียนมา
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ว่า เอกสารยุทธศาสตร์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะใช้แนวทางการทูตเพื่อส่งเสริมสันติภาพเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าถึงทรัพยากรแร่หายากของเมียนมา โดยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเจรจาระหว่างกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มประชาธิปไตยและกลุ่มกบฏชาติพันธุ์ ซึ่งในบางกรณีได้ต่อสู้กับกองทัพเมียนมามานานหลายทศวรรษ เพื่อเรียกร้องสิทธิในการปกครองตนเอง
เมื่อเดือนที่แล้ว มีรายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่สหรัฐ นำโดยนายไมเคิล แวนซ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศด้านข่าวกรองและวิจัย ได้เข้าหารือในลักษณะเป็นการส่วนตัวกับรัฐบาลของเมียนมา ซึ่งมีนายมิน อ่อง ไลง์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งประเด็นการเข้าถึงแร่หายากในพื้นที่ความขัดแย้งที่ได้ส่งออกไปยังจีน ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยด้วย ทั้งยังแสดงให้เห็นการกลับมามีความสัมพันธ์กับเมียนมาของสหรัฐหลังการรัฐประหาร
ยุทธศาสตร์ระบุว่า คณะผู้แทนสหรัฐประจำเมียนมาจะผลักดันให้เกิดการหยุดยิง ที่จะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพอย่างยั่งภายในปี 2030 โดยระบุว่า การดำเนินงานดังกล่าวจะรวมถึงการอำนวยความสะดวกในการจัดเวทีหารือที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างน้อย 3 เวที ซึ่งต้องนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผลักดันแนวคิด การกระจายอำนาจทางการคลังภายใต้ระบบสหพันธรัฐ และการกำหนดเขตแดนหรือเขตอำนาจการปกครองในเมียนมา
โดยแนวทางดังกล่าวช่วยให้สหรัฐสามารถเข้าถึงแร่หายาก รวมถึงจัดการกับปัญหาศูนย์หลอกหลวงออนไลน์ได้ อย่างไรก็ดี เอกสารยุทธศาสตร์ไม่ได้เอ่ยว่า สหรัฐจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและยกเลิกอุปสรรคทางการค้าทวิภาคีกับเมียนมาหรือไม่
โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า กำลังดำเนินนโยบายที่จะส่งเสริมการเจรจา โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมในเมียนมาสามารถจัดการกับประเด็นที่สหรัฐให้ความสำคัญ ซึ่งรวมถึงการจัดการกับศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจภายในประเทศให้เอื้อต่อบริษัทสหรัฐมากขึ้น และการวางรากฐานไปสู่กระบวนการสันติภาพที่แท้จริง ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ประเทศ
มาตรการคว่ำบาตรต่อนายมิน อ่อง ไลง์ รวมถึงบุคคลอื่นๆ ในรัฐบาล และบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลเหล่านี้ ของสหรัฐยังคงมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ สหรัฐก็ได้ถอดรายชื่อบุคคลสัญชาติเมียนมาและบริษัทเมียนมาหลายรายออกจากบัญชีมาตรการคว่ำบาตรแล้ว ขณะด้วยกัน เอกสารยุทธศาสตร์ยังระบุด้วยว่า คณะผู้แทนสหรัฐจะดำเนินงานเพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้าของสหรัฐไปยังเมียนมา เพื่อลดการขาดดุลการค้าด้วย

